ภาพยนตร์เรื่อง Batman

แบทแมน

แบทแมน

แบทแมน : อัศวินดำขึ้น” (อังกฤษ: “The Dark Knight Rises”) เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่สร้างจากซีรีส์แบทแมน มีกำหนดฉายเป็นภาคที่สามในวันที่ 20 กรกฎาคม 2555 นี่คือส่วนสุดท้ายของไตรภาค “แบทแมน” ที่กำกับโดยคริสโตเฟอร์โนแลนหลังจากภาพยนตร์แบทแมน “Begins” (“Batman Begins” (2005) และ “Batman” (“The Dark Knight” (The Dark Knight, 2008)) กำกับโดยคริสโตเฟอร์ โนแลนเขียนโดยโนแลนและโจนาธานน้องชายของเขา นำแสดงโดยคริสเตียนเบล, ไมเคิลเคน, แกรีโอลด์แมนและมอร์แกนฟรีแมน พล็อตเรื่องนี้จะกินเวลา 8 ปีนับจากซีซั่น “Dark Knight” และจะมีตัวละครหลัก Selina Kyle and Ben (นำแสดงโดย Anne Hathaway และ Tom Hardy ตามลำดับ)

เนื้อเรื่อง

แปดปีหลังจากเหตุการณ์แบทแมนอัศวินดำแห่ง Gotham ได้กลายเป็นเมืองที่สงบสุข การอนุญาตภายใต้กฎหมายทันตกรรมช่วยให้หัวหน้าตำรวจเจมส์กอร์ดอนสามารถกำจัดอาชญากรรมและอาชญากรรมที่มีความรุนแรงได้ แต่กอร์ดอนยังคงรู้สึกผิดที่ปกปิดสิ่งที่ฮาร์วีย์เดนท์ทำและวางแผนที่จะเปิดเผยแผนการปกปิดในงานเลี้ยงเพื่อรำลึกถึงเดนท์ แต่เขาตัดสินใจที่จะไม่พูดเพราะเขาคิดว่าเมืองยังไม่พร้อมที่จะรู้ความจริง กอร์ดอนถูกจับ

โดยสหายของเบ็นขณะติดตามเบาะแสเกี่ยวกับการกักขังอดีตสมาชิกพรรคคองเกรส ดังนั้นการพูดของกอร์ดอนเกี่ยวกับความจริงจึงตกอยู่ในมือของเบ็น เขาหนีรอดมาได้ แต่ถูกยิง ในโรงพยาบาลกอร์ดอนได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นตระเวนจอห์น เบลคกลายเป็นนักสืบ และขอให้เบลครายงานเขา เมื่อแบทแมนหายตัวไปจากเมืองก็อตแธมบรูซเวย์นก็หายตัวไปเช่นกัน ด้วยการขังตัวเองไว้ใน Wayne Manor Wayne Enterprise (Wayne Enterprise) ลงทุนในโครงการพลังงานสะอาดของมิแรนดาเทตที่มุ่งเป้าไปที่การสร้างพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันจึงตกอยู่ในภาวะถดถอย อย่างไรก็ตามบรูซได้เรียนรู้ว่าแกนหลักของเครื่องปฏิกรณ์คืออะไรสามารถถูกนำไป

ดัดแปลงกลายเป็นอาวุธนิวเคลียร์ได้ เบลค ผู้สามารถอนุมานตัวตนที่แท้จริงของแบทแมน และกอร์ดอนต่างก็เรียกร้องให้แบทแมนกลับมา แต่อัลเฟรด เพนนีเวิร์ธ พ่อบ้านประจำตระกูลเวย์น คัดค้านเรื่องนี้เนื่องจากเป็นห่วงอนาคตของบรูซ และเมื่อบรูซตัดสินใจกลับไปเป็นแบทแมนเต็มตัว ก็ตัดสินใจลาออก

เบ็นและพรรคพวกแกล้งเป็นบรูซเพื่อเข้าตลาดหุ้น และนำทรัพย์สินทั้งหมดของบรูซไปลงทุนในหุ้นที่มีความเสี่ยงทำให้บรูซล้มละลายและสูญเสียตำแหน่งบริหารที่เวย์นเอนเตอร์ไพรส์ Bruce สันนิษฐานอย่างถูกต้องว่าสมาชิกคณะกรรมการ John Dackett เป็นบุคคล เบ็นได้รับการว่าจ้างให้ทำสิ่งนี้เพื่อยึดอำนาจของเขา ดังนั้นเขาจึงมอบอำนาจทั้งหมดให้กับมิแรนดา Tate ตกอยู่ในมือของ Daggett ดาจิตผู้หลอกลวงแสดงความไม่พอใจต่อเบ็นในเวลาต่อมา ฉันไม่รู้ว่าเบ็นมีแผนอื่น จากนั้นเบ็นก็ฆ่า Dackett เพื่อใช้ทรัพยากรของ Dackett

แบทแมนพบเบ็นในรอยเท้าของเซเลน่ากรงเล็บแมวขโมยของไคล์ เขาเผชิญหน้ากับเบ็นตั้งแต่การตายของราสอัลกูลผู้ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มพันธมิตรแห่งเงาเปิดเผยว่าเขาใช้ บริษัท ก่อสร้างของ Dekit เพื่อปล้นแผนกวิทยาศาสตร์ประยุกต์ นี่คือชุดอุปกรณ์ไฮเทคของแบทแมนแบทแมนและเบนไดค์อาจเอาชนะแบทแมนได้ หักหลังกระดูกสันหลังของแบทแมนว่ากันว่าก่อนจะเอาเขาเข้าคุกไม่มีใครหนีพ้นนอกจากเด็กที่ถูกผลักดันด้วยเหตุจำเป็น

เบนล่อตำรวจแทบทั้งหมดในเมืองก็อทแธมลงใต้ดิน ก่อนที่จะกดระเบิดที่ถูกติดตั้งไว้ทั่วเมือง ทำให้ตำรวจเกือบทั้งหมดต้องติดอยู่ใต้ดิน เปลี่ยนเมืองก็อทแธมที่เคยสงบให้กลายเป็นเมืองปกครองตนเองที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว เบนขู่ว่าถ้ามีใครพยายามจะออกจากเมือง เขาจะกดระเบิดแกนฟิวชั่น ต่อมาเบนก็เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับฮาร์วีย์ เดนท์ ตามมาด้วยการปล่อยนักโทษทั้งหมดออกมาจากเรือนจำแบล็คเกต คนรวยและผู้มีอำนาจถูกจับตัวไปให้โจนาธาน เครน (จากแบทแมน บีกินส์) พิพากษา ระหว่างนั้นรัฐบาลพยายามที่จะลักลอบส่งหน่วยรบพิเศษเข้ามาในเมืองแต่ก็ล้มเหลว จึงทำการปิดล้อมเมืองก็อทแธม เมืองทั้งเมืองจึงตกอยู่ในความวุ่นวายไร้ขื่อแป

ในขณะเดียวกัน เวย์นฟื้นตัวขึ้นมาจากอาการบาดเจ็บ และฝึนฝนตนเองเพื่อกลับมาเป็นแบทแมนอีกครั้ง เขาหนีออกจากคุกได้สำเร็จ หลังจากพยายามมาหลายครั้ง และมุ่งหน้ากลับไปยังก็อทแธม โดยเกณฑ์ไคล์, เบลค, เทต, กอร์ดอน และลูเซียส ฟอกซ์มาร่วมช่วยเหลือการปลดปล่อยเมือง และหยุดการระเบิดของแกนฟิวชั่น ที่ใกล้จะเสื่อมสภาพและจะระเบิดในอีกไม่กี่ชั่วโมง แบทแมนปลดปล่อยตำรวจออกมาจากใต้ดินและเผชิญหน้ากับเบนอีกครั้ง คราวนี้แบทแมนสามารถเอาชนะเบนได้ แต่เทตกลับแทงแบทแมน และเปิดเผยว่าตัวเองคือทาเลีย อัล กูล ลูกสาวของราซ อัล กูล และบอกกับแบทแมนว่าเธอเองที่เป็นคนสามารถหนีออกจากคุกมาได้ ก่อนที่จะกลับไปหาพ่อของเธอและกลับไปพร้อมกับพันธมิตรแห่งเงาเพื่อช่วยเบน ซึ่งเป็นคนที่ช่วยให้เธอหนีออกมาได้ เธอวางแผนที่จะสานต่อแผนการของพ่อให้เสร็จด้วยการทำลายล้างก็อทแธมและแก้แค้นความตายของพ่อที่แบทแมนเป็นคนก่อ

กอร์ดอนสามารถสกัดกั้นสัญญาณรีโมตระเบิดจากระยะไกลไว้ได้ ในขณะที่ไคล์สามารถช่วยชีวิตแบทแมนไว้ได้ด้วยการฆ่าเบน แบทแมนจึงทำการไล่ล่าทาเลีย โดยพยายามต้อนเธอให้พาระเบิดกลับไปยังเตาปฏิกรณ์ ซึ่งจะทำให้แกนฟิวชั่นกลับมาเสถียร แต่ก่อนที่จะทำได้ เธอก็ปล่อยน้ำเข้าไปในเตาปฏิกรณ์ เธอเสียชีวิตลงเมื่อรถบรรทุกระเบิดพลิกคว่ำ แต่ก่อนตายเธอพูดกับแบทแมนอย่างมั่นใจว่าไม่มีทางหยุดระเบิดได้อีกแล้ว หากแต่แบทแมน ใช้ยานเดอะแบท (ประดิษฐ์โดยลูเซียส ฟอกซ์) พาระเบิดออกไปยังอ่าวก็อทแธม พ้นจากรัศมีของเมือง แล้วแกนฟิวชั่นก็ระเบิดออกกลางมหาสมุทร

ใครๆ ก็คิดว่าแบทแมนตายจากวีรกรรมครั้งนี้ แบทแมนจึงถูกยกย่องเป็นวีรบุรุษ ในขณะที่คนสันนิษฐานว่าบรูซ เวย์นคงจะเสียชีวิตระหว่างเกิดเหตุจลาจล ฟ็อกซ์พยายามจะแก้ไขข้อบกพร่องในระบบนักบินอัตโนมติของยาน แต่พบว่าบรูซแก้ไขมันไปแล้วหกเดือนก่อนหน้า ในตอนท้าย อัลเฟรดเห็นเวย์นกับไคล์อยู่ด้วยกันที่ร้านกาแฟในอิตาลี ในขณะที่พินัยกรรมของบรูซระบุให้เบลค ซึ่งมีชื่อหน้าที่แท้จริงว่า “โรบิน” ได้รับถ้ำค้างคาวเป็นมรดกตกทอด

ภาพยนตร์เรื่อง The Hunger Games 

เกมล่าเกม The Hunger Games

เกมล่าเกม The Hunger Games 

เกมล่าเกม The Hunger Games  เป็นภาพยนตร์อเมริกัน ค.ศ. 2012 แนวแอ็คชั่นดราม่ารูปแบบนิยายวิทยาศาสตร์ว่าด้วยเรื่องราวอันโหดร้าย กำกับโดย แกรี รอสส์ ซึ่งอิงจากนิยายเนื้อเรื่องเดียวกัน ที่เขียนขึ้นโดย ซูซาน คอลลินส์ นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, จอช ฮัทเชอร์สัน, เลียม เฮมส์เวิร์ท, วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน และ เอลิซาเบธ แบงส์ ภาพยนตร์ชุดนี้ได้รับการเปิดตัว ณ วันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 2012 ในประเทศฝรั่งเศสรวมถึงประเทศอื่นๆ และในระดับสากล ณ วันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 2012  โดยจัดฉายทั้งในโรงภาพยนตร์ทั่วไปรวมถึงโรงภาพยนตร์ดิจิตอลไอแมกซ์ ภาพยนตร์ชุดนี้ทำสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศอันดับสามในช่วงสุดสัปดาห์เปิดตัวนับตั้งแต่ภาพยนตร์ทุกเรื่องที่เคยมีมา (155 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในสหรัฐอเมริกาถัดจาก แบทแมน อัศวินรัตติกาล (158 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2 (169 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รวมถึงเป็นภาพยนตร์ที่มิใช่ภาคต่อที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ภาพยนตร์ชุดนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์ ซึ่งได้ยกย่องการแสดงของลอว์เรนซ์รวมถึงรูปแบบกับถ้อยคำที่ใช้

เนื้อเรื่องย่อ

เนื้อเรื่องของเกมล่าเกม เกิดขึ้นที่ พาเน็ม เดิมพาเน็มแบ่งออก 13 เขตปกครอง มีแคปปิตอลเป็นเมืองหลวง แคปปิตอลนั้นกดขี่ทั้ง 13 เขตมาโดยตลอด จนทำให้เขต 13 ก่อกบฏ แคปปิตอลไหวตัวได้ทันและทำลายเขต 13 ทิ้งจนไม่เหลือซาก และเพื่อเป็นตอกย้ำให้ประชากรอีก 12 เขตทราบถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นหากคิดก่อกบฏ แคปปิตอลจึงจัดการแข่งขัน “เกมล่าชีวิต” ขึ้น เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจประชาชนทุกคนว่าแคปปิตอลมีอำนาจแม้กระทั่งควบคุมชีวิตคนได้ กฎของเกมล่าชีวิตคือ ทั้ง 12 เขต ต้องจับสลากเลือกบรรณาการชายหญิงอายุ 12-18 ปี ในวันเก็บเกี่ยว อย่างละคน มาเพื่อลงแข่ง และทั้ง 24 คน จาก 12 เขต ต้องฆ่ากันเองจนกว่าจะเหลือผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว

แคตนิส เอฟเวอร์ดีน เด็กสาววัย 16 ปี อาศัยอยู่ในเขต 12 ที่แร้นแค้น เธอเป็นเสาหลักให้ครอบครัวนับตั้งแต่พ่อตาย คอยหาอาหารประทังแม่กับน้องสาว ในวันเก็บเกี่ยว ก่อนเกมล่าชีวิตครั้งที่ 74 พริมโรส เอฟเวอร์ดีน น้องสาวของแคตนิสถูกจับชื่อเป็นบรรณาการหญิงของเขต 12 ซึ่งแคตนิสเองก็อาสาแทนพริมเนื่องจากไม่ต้องการให้เธอตายในสนามประลอง และบรรณาการชายของเขต 12 ก็ตกเป็นของ พีต้า เมลลาร์ก ลูกชายร้านขนมปังที่เคยช่วยชีวิตแคตนิสไว้ในตอนที่เธอเกือบจะอดตาย แคตนิสล่ำลาครอบครัวและออกเดินทางออกจากเขต 12 ตรงสู่แคปปิตอลเพื่อเข้าแข่งเกมล่าชีวิตทันที แคตนิสและพีต้าต้องเข้าพบกับพี่เลี้ยงเขต 12 ซึ่งก็คือ เฮย์มิช อาเบอร์นาธี ผู้ชนะเพียงคนเดียวของเขต 12 จากเกมล่าชีวิตครั้งที่ 50 ซึ่งแคตนิสก็ไม่ถูกชะตากับเฮย์มิชเท่าไรนัก เมื่อถึงแคปปิตอลทั้งสองเข้าพบกับทีมสไตล์ลิส ที่นำโดยซินน่า เพื่อแปลงโฉมให้ทั้งสองเป็นที่สนใจและดึงดูดแก่เหล่าสปอนเซอร์ที่จะส่งของมาช่วยเหลือในสนามประลองได้ และผลก็เป็นดังคาด เขต 12 ได้รับการจับตามองจากผู้ชมอย่างล้นหลาม

ในการฝึกซ้อมแคตนิสและพีต้าสามารถทำผลงานได้ดี จนทำให้ทุกสายตาของแคปปิตอลจับจ้องไปยังพวกเขาทั้งคู่ และในวันสัมภาษณ์ก่อนการแข่งขันพีต้า ให้สัมภาษณ์กับพิธีกรว่า เขามาแข่งครั้งนี้พร้อมกับคนที่เขาหลงรัก นั่นก็คือแคตนิส ทำให้ผู้ชมเริ่มเห็นใจและเทคะแนนให้เขต 12 มากขึ้น แต่แคตนิสกลับมองว่าพีต้าทำเพื่อตัวเองเสียมากกว่า ในวันแข่งขัน สนามประลองถูกออกแบบให้เป็นป่าขนาดใหญ่ มีทุ่งอยู่ตรงกลาง พร้อมกับคอร์นูโคเปีย ที่รวบรวมอาวุธและข้าวของเครื่องใช้ให้บรรณาการมาแย่งกัน บรรณาการทั้ง 24 คนถูกปล่อยตัว และการแข่งขันจึงเริ่มต้น เพียงแค่ในวันแรกบรรณาการเขตต่างๆถูกฆ่าตายไปกว่าครึ่งนึงที่คอร์นูโคเปีย ส่วนแคตนิสใช้วิธีหนีออกห่างบรรณาการคนอื่นๆให้ไกลที่สุด แต่เธอถูกไฟป่าที่แคปปิตอลสร้างขึ้นไล่ต้อนจนทำให้บาดเจ็บสาหัส

แคตนิสได้รับความช่วยเหลือจากสปอนเซอร์ที่เฮย์มิสหามาให้ เธอได้รับเป็นยาทาแผล ทำให้สามารถรอดจากบาดแผลไฟไหม้ได้ แต่แล้วแคตนิสกลับต้องเข้าตาจนเมื่อต้องพบกับเหล่า”มืออาชีพ” ซึ่งก็คือกลุ่มบรรณาการที่แข็งแกร่งจับกลุ่มกันออกล่าบรรณาการคนอื่น ๆ ซึ่งในกลุ่มของมืออาชีพก็มีพีต้าอยู่ด้วย แคตนิสทิ้งรังแทร็กเกอร์ แจ็กเกอร์ ตัวต่อมรณะใส่พวกมืออาชีพ ทำให้กลุ่มมืออาชีพแตกกลุ่มกระเจิง แต่แคตนิสเองก็ถูกแทร็กเกอร์ แจ็กเกอร์ต่อยเช่นกัน พิษของมันทำให้แคตนิสประสาทหลอนและเกือบถูก คาโต้จากเขต 2 ฆ่าตายแต่พีต้าเข้ามาขวางไว้ ทำให้เธอรู้ทันทีว่าพีต้าร่วมกลุ่มกับพวกมืออาชีพเพื่อช่วยเธอ แคตนิสหนีไปได้แต่ก็สลบไปเพราะพิษของแทร็กเกอร์ แจ็กเกอร์ แคตนิสฟื้นขึ้นพบกับริว เด็กสาววัย 12 ปีจากเขต 11 ที่ช่วยเธอไว้ ทั้งสองช่วยกันหาอาหารทำให้แคตนิสเอ็นดูริว แต่แล้วริวกลับถูกฆ่าตายในขณะที่พลัดหลง ทำให้แคตนิสเริ่มเห็นถึงความอยุติธรรมที่แคปปิตอลมอบให้เด็กอายุ 12 คนนึง เธอจัดแต่งศพของริวให้สวยงาม พร้อมกับชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วแสดงถึงการบอกลาและขอบคุณ จากจุดนี้ทำให้ประชาชนเขตต่าง ๆ เริ่มรู้สึกฮึกเหิมที่จะไม่อยู่ใต้อำนาจของแคปปิตอลตลอดไป

แคตนิสหนีไปจนพบกับพีต้า แต่เธอพบว่าพีต้าได้รับบาดเจ็บสาหัสจากตอนสู้กับคาโต้ แคตนิสอาสาไปงานเลี้ยงเสบียงเพื่อนำยากลับมาช่วยพีต้า ทั้งสองแกล้งทำเป็นรักกันจนทำให้สปอนเซอร์ส่งของมาช่วยเหลือมากขึ้น ผู้คุมเกมประกาศให้มีผู้ชนะ 2 คนจากเขตเดียวกันได้ ทำให้ทั้งสองมีโอกาสมากขึ้น สุดท้ายบรรณาการเหลือเพียงแค่ คาโต้ แคตนิส และพีต้า ทั้งสามหนีการไล่ล่าของมัตต์ อสูรกลายพันธ์ของแคปปิตอล แคตนิสฆ่าคาโต้ตาย แต่แล้วเกมกลับยังไม่จบเนื่องจากผู้คุมเกมเปลี่ยนกฎให้มีผู้ชนะเพียงคนเดียว ซึ่งเท่ากับว่าแคตนิสและพีต้าต้องฆ่ากันเอง แคตนิสไม่ยอมตกอยู่ใต้อำนาจของแคปปิตอล เธอหยิบลูกเบอร์รีพิษขู่ผู้คุมเกมว่าจะกินลูกเบอร์รีพร้อมพีต้าและจะตายไปด้วยกัน ทำให้ผู้คุมเกมถูกปั่นหัวและเปลี่ยนให้มีผู้ชนะสองคนในตอนสุดท้าย

หลังเกมจบทั้งสองได้รับการรักษา และรับตำแหน่งผู้ชนะเกมล่าชีวิตครั้งที่ 74 ร่วมกัน แต่การที่แคตนิสให้ความสำคัญกับการตายของริว และใช้ลูกเบอร์รีข่มขู่แคปปิตอลนั้นเริ่มสร้างความกระด้างกระเดื่องเล็ก ๆ ในหมู่ประชาชนทั้ง 12 เขต เนื่องจากผู้คนเริ่มเห็นว่าตนไม่ได้ตกภายใต้อำนาจของแคปปิตอลอีกต่อไป แคตนิสและพีต้ากลับสู่เขต 12 เพื่อรับรางวัลเป็นความเป็นอยู่ที่ดีตลอดชีวิตที่แคปปิตอลจะมอบให้ พีต้าบอกกับแคตนิสว่าเขารักเธอจริง ๆ แต่แคตนิสไม่ได้คิดไปมากกว่านั้น สิ่งที่เธอคิดเพียงแค่ช่วยให้ครอบครัวของเธอรอดชีวิตเท่านั้น ทั้งสองถูกต้อนรับชัยชนะโดยประชาชนเขต 12 โดยไม่รู้เลยว่า พาเน็มกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

นักแสดงนำ

  • เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ รับบทเป็น แคตนิส เอฟเวอร์ดีน
  • จอช ฮัทเชอร์สัน รับบทเป็น พีต้า เมลลาร์ก
  • เลียม เฮมส์เวิร์ท รับบทเป็น เกล ฮอว์ธอร์น
  • วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน รับบทเป็น เฮย์มิช อาเบอร์นาธี
  • เอลิซาเบธ แบงส์ รับบทเป็น เอฟฟี่ ทรินเกต
  • เลนนี่ แครวิตซ์ รับบทเป็น ซินน่า
  • สแตนลี่ ทุซซี่ รับบทเป็น ซีซาร์ ฟลิกเคอร์แมน
  • โดนัลด์ ซัทเธอร์แลนด์ รับบทเป็น ประธานาธิบดีคอริโอลานุส สโนว์
  • เวส เบนท์ลีย์ รับบทเป็น เซเนก้า เครน
  • โทบี้ โจนส์ รับบทเป็น เคลาดิอุส เทมเปิลสมิธ
  • อเล็กซานเดอร์ ลุดวิก รับบทเป็น คาโต้
  • อแมนด์ล่า สเตนเบิร์ก รับบทเป็น รูว์
  • อิซาเบล เฟอร์แมน รับบทเป็น โคลฟ
  • แจ๊ค เควด รับบทเป็น มาร์เวล
  • เรเว่น แรมบิน รับบทเป็น กลิมเมอร์
  • ดาโย โอเคนนิยิ รับบทเป็น เทรช
  • แจ็คเคอรีน อีเมอร์สัน รับบทเป็น หน้าจิ้งจอก
  • พอลล่า มัลคอมสัน รับบทเป็น คุณนายเอฟเวอร์ดีน
  • วิลโลว์ ชิลด์ รับบทเป็น พริมโรส เอฟเวอร์ดีน

ปีกแห่งไฟ (อังกฤษ: Catching Fire) เป็นนวนิยายไซไฟ เสียดสีสังคม เขียนโดยซูซาน คอลลินส์ เป็นเล่มที่ 2 ในนวนิยายชุดเกมล่าชีวิต ซึ่งเล่าเรื่องราวหลังจบเกมล่าชีวิต เกือบ 1 ปี ซึ่งแคตนิสและพีต้าต้องออกทัวร์ผู้พิชิตเพื่อพบปะกับประชาชนทั้ง 12 เขต แต่ภายหลังจบเกมล่าชีวิต ทุกสิ่งได้เปลี่ยนไปแล้ว ชัยชนะของแคตนิสและพีต้าได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งการขัดขืนต่อแคปปิตอล ซึ่งอาจนำไปสู่การปฏิวัติ ดังนั้นประธานาธิบดีสโนว์ ของแคปปิตอล ไม่สามารถยอมให้เกิดการปฏิวัติขึ้นได้ สโนว์จัดการแข่งขันควอเตอร์เควล เกมล่าชีวิตปีพิเศษซึ่งจะจัดขึ้นทุกๆ 25 ปี โดยกติกาคือให้ผู้ที่เคยชนะการแข่งขันเกมล่าชีวิต เขตละ 2 คน ลงแข่งขันควอเตอร์เควล ทำให้แคตนิสและพีต้าต้องลงแข่งอีกครั้ง

ปีกแห่งไฟ ถูกวางจำหน่ายในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552 โดยสำนักพิมพ์สกอลาสติก โดยได้มีการนำไปดัดแปลงในรูปแบบภาพยนตร์ ในชื่อไทยว่า เกมล่าเกม 2 แคชชิ่งไฟเออร์ (The Hunger Games: Catching Fire) เข้าถายในวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เนื้อเรื่อง

หลังจากเกมล่าชีวิตครั้งที่ 74 จบลง ด้วยชัยชนะของแคตนิสและพีต้า ทั้งสองเดินทางกลับเขต 12 ใช้ชีวิตของผู้พิชิตอย่างสุขสบาย แต่แคตนิสก็ไม่ได้ใช้ชีวิตหรูหรา ฟุ่มเฟือย เธอยังคงล่าสัตว์กับ เกล ฮอว์ธอร์น เหมือนแต่ก่อน เกือบ 1 ปีให้หลังที่แคตนิสและพีต้ากลับเขต 12 ทั้งสองต้องออกทัวร์ผู้พิชิต ซึ่งเป็นการพบปะประชาชนแต่ละเขต โดยก่อนการทัวร์ผู้พิชิตจะเริ่มขึ้น ประธานาธิบดีสโนว์ได้มาเยี่ยมบ้านแคตนิส โดยเปิดเผยว่าขณะนี้เริ่มมีการคิดขัดขืนต่อแคปปิตอลในหลายๆเขต ซึ่งผลพวงก็มาจากการที่แคตนิสและพีต้ากลายเป็นผู้ชนะ โดยการใช้ลูกเบอรร์รี่พิษขู่ผู้คุมเกม ซึ่งเหตุนี้ทำให้ผู้คนในเขตต่างๆเริ่มคิดว่า แคปปิตอลไม่ใช่เจ้าชีวิตของพวกเขาอีกต่อไป สโนว์ขอให้แคตนิสจัดการให้ผู้คนเชื่อว่า เธอและพีต้าเป็นคู่รักกันจริงๆ โดยขู่ว่าหากเธอล้มเหลว ครอบครัวและคนใกล้ตัวเธอจะต้องถูกฆ่าตาย ซึ่งแคตนิสเองก็ไม่อาจยอมให้เกิดขึ้นได้ การทัวร์ผู้พิชิตครั้งนี้จึงสำคัญกับเธอและทั้งพาเน็มเป็นอย่างมาก

การทัวร์ผู้พิชิตเริ่มต้นขึ้นที่เขต 11 ซึ่งเป็นเขตของ ริว เด็กหญิงวัย 12 ที่ร่วมมือกับแคตนิสแต่ก็ถูกฆ่าในสนามประลอง พีต้าและแคตนิสได้กล่าวสุนทรพจน์และคำไว้อาลัยให้แก่ครอบครัวที่สูญเสีย โดยแคตนิสได้กล่าวให้ไว้อาลัยอย่างซาบซึ้ง หลังคำไว้อาลัยของแคตนิสจบ ผู้คนเขต 11 ได้ชูสัญญลักษณ์ 3 นิ้ว เหมือนที่แคตนิสชูในตอนที่ริวตาย คำไว้อาลัยของแคตนิสกลายเป็นการปลุกระดมให้เกิดจลาจล ซึ่งภายหลังมีคนบาดเจ็บและตายมากมาย แคตนิสและพีต้าออกเดินทางทัวร์ต่อ ซึ่งสถานการณ์แต่ละเขตก็เลวร้ายมากขึ้นทุกที ทั้งสองจึงหมดทาเลือก พีต้าจึงขอแคตนิสแต่งงานเพื่อให้ทั้ง 12 เขตเชื่อว่าพวกเขารักกันจริงๆและจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของแคปปิตอลในไม่ช้า ซึ่งก็ไม่ได้ผลแต่อย่างใด นั่นหมายความว่าความพยายามของแคตนิสล้มเหลวและในตอนนี้ชีวิตเธออยู่ในมือของสโนว์แล้ว

ทั้งสองกลับเขต 12 ในวันหนึ่งระหว่างล่าสัตว์ แคตนิสพบผู้หลบหนีสองคนจากเขต 8 พวกเธอเล่าให้แคตนิสฟังว่าพวกเธอหลบหนีเพื่อไปยังเขต 13 ซึ่งถูกแคปปิตอลระบุว่าถูกทำลายล้างไปแล้ว แต่ที่จริงมันยังมีอยู่ โดยเขต 13 มีกองบัญชากองอยู่ใต้ดิน และตอนนี้แคตนิสได้กลายมาเป็นความหวังของทั้ง 13 เขต ในฐานะ ม็อกกิ้งเจย์ ไปแล้ว แคตนิสครุ่นคิดเรื่องที่ทั้งสองเล่าให้ฟังอยู่นาน จนกระทั่งแคปปิตอลถ่ายทอดสดการประกาศกฎพิเศษของเกมล่าชีวิตครั้งที่ 75 หรือ ควอเตอร์เควล ครั้งที่ 3 ที่จัดขึ้นทุก 25 ปี ซึ่งกติกาพิเศษครั้งนี้คือ ผู้พิชิตเกมล่าชีวิตชายหญิง อย่างละคนจากปีก่อนๆของแต่ละเขต จะต้องลงแข่งเกมล่าชีวิต ครั้งที่ 75 ซึ่งหมายถึงพีต้าและแคตนิสต้องลงแข่งอีกครั้ง ทั้งสองถูกพาตัวไปยังแคปปิตอลโดยทันที แคตนิสรู้ดีว่าครั้งนี้เธอไม่มีทางชนะเพราะสโนว์ต้องการกำจัดเธออยู่แล้ว เธอจึงต้องการให้พีต้าชนะเพื่อทดแทนบุญคุญที่พต้าเคยช่วยเธอไว้ ส่วนพีต้าก็สัญญาที่จะปกป้องคตนิส ก่อนการแข่งจะเริ่มเฮย์มิชแนะนำให้แคตนิสผูกมิตรกับผู้พิชิตที่ไว้ใจได้และให้จำไว้ว่าใครคือศัตรูที่แท้จริง

เกมเริ่มต้น บรรณาการทั้ง 24 คน ถูกปล่อยลงในสนามประลองที่ถูกออกแบบให้เป็นป่าทึบมีทะเลสาบอยู่ตรงกลาง แคตนิสและพีต้าจับกลุ่มกับบรรณาการจากเขต 4 ซึ่งก็คือ แม็ก หญิงชราวัย 80 ปี และฟินนิค โอแดร์ หนุ่มพราวสเน่ห์ ผู้ถนัดการใช้ฉมวก ทั้ง 4 หนีพวกมืออาชีพเข้าป่า จนกระทั่งถูกหมอกพิษเล่นงานในช่วงดึก พีต้าได้รับบาดเจ็บจากหมอกพิษ แม็กจึงสละชีวิตตนเองเพื่อให้ฟินนิคแบกพีต้าแทนตนเอง ทั้ง 3 หนีรอดหมอกพิษไปได้แต่ก็ถูกมัตต์เล่นงาน แคตนิสและพีต้าเกือบพลาดท่า แต่ขี้ยาจากเขต 6 สละชีวิตช่วยพวกเขาไว้ ทั้ง 3 หนีไปที่ทะเลสาบและพบกับโจแฮนด์นา เมสัน หญิงสาวผู้ถนัดการใช้ขวานจากเขต 7 บีทีและไวเลส สามีภรรยาผู้ช่ำชองเทคโนโลยีจากเขต 3 ไวเลสบอกใบ้แคตนิสให้รู้ว่าสนามประลองถูกออกแบบให้เหมือนนาฬิกา ทุก 1 ชั่วโมง จะมีอุปสรรคเกิดขึ้นตามเวลาของมัน แต่ไม่ทันไรพวกเขาก็ถูกมืออาชีพเข้าเล่นงาน ไวเลสถูกฆ่าตาย แต่แคตนิสและโจแฮนด์นาก็ช่วยกันฆ่าบรรณาการเขต 1 ทั้ง 2 คนได้ มืออาชีพจึงเหลือเพียงแค่แอนโนบาเรียและบรูตัสจากเขต 2

บีทีเสนอแผนให้ใช้สายฟ้าซึ่งจะผ่าทุก 12 ชั่วโมง โดยมันลวดไว้กับต้นไม้เพื่อช็อตบรูตัสและแอนโนบาเรีย โดยให้แคตนิสและโจแฮนด์นาเป็นคนเอาลวดไปไว้ที่ทะเลสาบ แต่แล้วแคตนิสกลับถูกโจแฮนด์นาเล่นงาน และหนีหายไป แคตนิสรู้สึกกลัวว่าพีต้าจะถูกหักหลัง จึงรีบกลับไปยังต้นไม้ แต่ก็ไม่พบพีต้า มีเพียงแค่บีทีที่พยายามทำลายสนามพลัง ซึ่งแคตนิสก็นึกถึงคำพูดของเฮย์มิชว่าใครคือศัตรูที่แท้จริง สำหรับเธอแน่นอนมันคือแคปปิตอล แคตนิสใช้ลวดผูกกับธนูและยิงขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับช่วงที่ฟ้าผ่าลงมา ทำให้สนามประลองถูกทำลาย แต่เธอก็หมดสติไป แคตนิสฟื้นขึ้นมาพบกับเฮย์มิช บีที และฟินนิค เฮย์มิชเล่าให้ฟังว่าทั้งหมดเป็นแผนของการก่อกบฏ โดยให้บรรณาการทุกคนที่เห็นชอบทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องแคตนิส และการทำลายสนามประลองก็คือการเปิดช่องให้ยานโฮเวอร์คราฟต์เข้าไปช่วยรับบรรณาการที่ทั้งหมดก่อนแคปปิตอลได้ แต่การช่วยเหลือไม่อาจรีรอได้ ทำให้ พีต้า โจแฮนด์นา และแอนโนบาเรีย ถูกแคปปิตอลจับตัวไป แคตนิสได้ยินดังนั้นก็โกรธมากที่เฮย์มิชไม่อาจช่วยเหลือพีต้าไว้ได้

ปีกแห่งไฟจบลงในฉากที่ แคตนิสตื่นขึ้นหลังจากถูกฉีดยาสลบ เธอพบเกลอยู่ข้างๆ และเกลบอกกับเธอว่าในตอนนี้เธออยู่ที่เขต 13 ซึ่งเป็นฐานของกองกำลังกบฏ เมื่อแคตนิสถามถึงเขต 12 เกลจึงตอบไปว่า ไม่มีเขต 12 อีกต่อไป เนื่องจากมันได้ถูกแคปปิตอลทำลายจนสิ้นซากเสียแล้ว ดูหนังออนไลน์

 

ภาพยนตร์เรื่อง Alien Covenant

Alien Covenant

Alien Covenant

Alien Covenant เหล่าแฟนบอยของแฟรนไชส์หนัง Alien ยุคก่อน ที่ไม่ค่อยชอบใจ Prometheus (ริดลีย์ สก็อตต์, 2012) เรื่องราวปฐมบทของการรีบูทจักรวาล ที่เน้นเล่าความเป็นมาและจุดเริ่มต้นของมนุษย์กับเอเลี่ยน มากกว่าฉากไล่ล่าเลือดสาดตามสไตล์แฟรนไชส์เอเลี่ยนแบบเดิมๆ น่าจะใจชื้นขึ้นมาบ้างกับ Alien: Covenant ที่ครั้งนี้ ริดลีย์ สก็อตต์เริ่มนำรสออริจินัลแบบเอเลี่ยนยุคเก่าเข้ามาใส่ไว้ในจักรวาลเอเลี่ยนยุคใหม่บ้างแล้ว

แต่ถ้าพูดถึงความโหดเลือดสาดแบบเอเลี่ยน เอเลี่ยน โคเวแนนท์ก็ยังแรงไม่เท่าแฟรนไชส์เอเลี่ยนยุคคลาสสิก เพราะดูเหมือนริดลีย์ สก็อตต์ จะต้องการให้เอเลี่ยน โคเวแนนท์เป็นจุดพลิกไปสู่จักรวาลหนังเอเลี่ยนยุคใหม่ เขาเลยต้องกั๊กความโหดและปริมาณเลือดในหนังไว้ก่อน แล้วหันไปเน้นเล่าจุดกำเนิดของ Xenomorph (สายพันธุ์เอเลี่ยนในเรื่อง) ว่ามีที่มาที่ไปยังไง ทำไมมันจึงเป็นเอเลี่ยนที่แข็งแกร่งและโหดเหี้ยมปานนั้น

เหตุการณ์ในเอเลี่ยน โคเวแนนท์เกิดขึ้นหลังยาน Prometheus ขาดการติดต่อจากโลกไปประมาณ 10 ปี โดยการเดินทางของยานโคเวแนนท์ครั้งนี้ มีภารกิจเพื่ออพยพมนุษย์โลก 2,000 คน ไปตั้งอาณานิคมใหม่ในดาวดวงอื่น แต่ระหว่างทางดันเกิดเหตุขัดข้องขึ้นกับยาน ก่อนบังเอิญตรวจจับสัญญาณชีพได้จากดาวเคราะห์ในละแวกข้างเคียง ลูกเรือโคเวแนนท์จึงตัดสินใจเปลี่ยนแผน หันหางเสือยานไปยังดาวเคราะห์ดังกล่าว และพบว่าดาวดวงนี้มีสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับโลก และเหมาะกับการตั้งอาณานิคมมากๆ เว้นเสียแต่ว่าบนดาวดวงนี้มีสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่าพิสมัยอย่าง Xenomorph อาศัยอยู่

ก่อนพบกับหายนะจากเอเลี่ยนซีโนมอร์ฟบนดาวเคราะห์ดังกล่าว เหล่าลูกเรือจากยานโคเวแนนท์ นำโดย คริสโตเฟอร์ โอราม (บิลลี ครูดัพ) แดเนียลส์ (แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน) เท็นเนสซี (แดนนี แมคไบรด์) เซอร์เจียนท์โลป (เดเมียน บิเชอร์) และ วอลเตอร์ (ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์) ได้สำรวจพบยานประหลาดที่มีหลักฐานของเอลิซาเบธ ชอว์ (นูมิ ราเพช) ลูกเรือยานโพรมีธีอุส ที่นำไปสู่ความลับน่าสะพรึงกลัวของดาวเคราะห์แห่งนี้

นอกจากเอเลี่ยน โคเวแนนท์จะบอกเล่าเรื่องราวและจุดกำเนิดของเหล่าเอเลี่ยนซีโนมอร์ฟแล้ว สิ่งที่หนังเอเลี่ยนยุคใหม่เน้นย้ำมาตั้งแต่ปฐมบทโพรมีธีอุส ก็คือความเป็นมนุษย์ และความคิดท้าทายเรื่องพระผู้สร้าง ผ่านตัวละคร ‘เดวิด’ (ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์) หุ่นสังเคราะห์รุ่นแรก ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีความคิดและความรู้สึกเป็นของตัวเอง เมื่อต้องมาใช้ชีวิตร่วมกับคนบนยานโพรมีธีอุส เขาก็ยิ่งซึมซับความเป็นมนุษย์ทั้งด้านมืดและสว่างเข้ามามากขึ้น และนั่นก็เป็นที่มาของการกระทำอันเลวร้ายของเขาในหนังโพรมีธีอุส

ยิ่งเมื่อเดวิดมาปรากฏตัวต่อหน้า ‘วอลเตอร์’ หุ่นสังเคราะห์รุ่นใหม่ที่ตัวเขาเป็นต้นแบบ เขาก็พยายามชักจูงใจให้วอลเตอร์คล้อยตาม โดยมอบความเป็นมนุษย์ที่มีความรู้สึกนึกคิดให้ ทั้งอธิบายว่าการแสดงออกของวอลเตอร์ที่มีต่อแดเนียลส์นั้น ไม่ใช่การทำไปตามหน้าที่ แต่มันเกิดจากความรักที่หุ่นสังเคราะห์มีต่อมนุษย์ เหมือนกับที่เขาเกิดความรักต่อเอลิซาเบธ ชอว์ในโพรมีธีอุส

แม้ว่าเดวิดจะพยายามชักจูงวอลเตอร์ ให้ทลายหลุดความเป็นจักรกลมาเป็นมนุษย์ แต่ทัศนะของเดวิดที่มีต่อมนุษย์กลับย้อนแย้งอย่างที่สุด เมื่อเขามองว่าตนเองเป็นผลผลิตจากมนุษย์ ที่มีทั้งสติปัญญา ความแข็งแกร่ง ไม่มีวันป่วยหรือแก่ตาย ขณะที่มนุษย์ผู้สร้างเขาขึ้นมา เป็นสิ่งมีชีวิตแสนอ่อนแอ และสมควรสูญพันธุ์ไปตามกฎธรรมชาติ

ดังนั้น เมื่อถึงจุดที่คิดว่าตนฉลาดและแข็งแกร่งเพียงพอ เดวิดจึงเดินตามรอยมนุษย์ กระทำการท้าทายพระเจ้าด้วยการสร้างหุ่นสังเคราะห์ที่ไม่ต่างไปจากมนุษย์ขึ้นมา แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ เดวิดไม่รู้จักเส้นแบ่งทางศีลธรรม ท้ายที่สุด สิ่งต่างๆ ที่เขาลงมือทำจึงนำความหายนะมาสู่ลูกเรือโพรมีธีอุส และโคเวแนนท์

ในภาพรวม ต้องถือว่าเอเลี่ยน โคเวแนนท์ทำได้ดี หรืออาจดีกว่าปฐมบทโพรมีธีอุสเสียด้วยซ้ำ จะมีจุดค้างคาใจให้เสียดาวอยู่บ้างก็ตรงตัวละครแดเนียลส์ ซึ่งแม้จะเป็นมนุษย์เพียงหนึ่งเดียวที่มีความคิดและสติตลอดทั้งเรื่อง แต่เมื่อดูรวมกับตัวละครอื่นๆ ก็ดันกลืนเกลี่ยจนเสียน้ำหนัก หนำซ้ำบทของเดวิดและวอลเตอร์ก็ออกจะเด่นเกินหน้า

ทำให้เอเลี่ยน โคเวแนนท์ดูผิดแผกไปจากจักรวาลหนังเอเลี่ยนเรื่องก่อนๆ ที่มักมีตัวละครหญิงแกร่งโดดเด้งออกมาเสมอ  ดูหนังออนไลน์

ภาพยนตร์เรื่อง Deadpool 

Deadpool 

Deadpool

Deadpool  เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรอเมริกัน เกี่ยวกับตัวละครในเครือมาร์เวลคอมิกส์ในชื่อเดียวกัน เดดพูล เป็นภาพยนตร์ลำดับที่แปดในภาพยนตร์ชุด เอ็กซ์เมน ภาพยนตร์กำกับโดยทิม มิลเลอร์ เขียนบทโดยเรตต์ รีส และพอล เวอร์นิก และนำแสดงโดยไรอัน เรย์โนลส์ โมเรนา แบ็กคาริน เอ็ด สกรีน ที. เจ. มิลเลอร์ จีนา คาราโน บริอานนา ฮิลเดแบรนด์ สเตฟาน คาพิซิค และเลสลี อักแกมส์ ภาพยนตร์เล่าเรื่องของเวด วิลสัน ผู้ตามล่าผู้ที่เกือบทำลายชีวิตของเขา หลังจากเข้ารับการทดลองเพื่อเพิ่มความสามารถพิเศษให้ตน

แนวคิดพัฒนาภาพยนตร์ เดดพูล เริ่มในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2004 โดยนิวไลน์ซินีมา แต่ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2005 นิวไลน์ซินีมาเก็บภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้พิจารณา และทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์สนใจ ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2009 ทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์ให้นักเขียนยืมเขียนบท และในเดือนเมษายน ค.ศ. 2011 มิลเลอร์ได้รับจ้างให้กำกับ การถ่ายทำฉากหลักเริ่มขึ้นที่แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2015 และสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม เดดพูล ได้รับเรต R เนื่องจากมีฉากรุนแรงและคำพูดหยาบคาย, มีเนื้อหาทางเพศและมีฉากโป๊เปลือย[4] ส่วนในประเทศไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเรต น15+

เดดพูล ฉายรอบปฐมฤกษ์ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 และออกฉายในอเมริกาเหนือในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 ในระบบไอแมกซ์ ดีแอลพี ดีบ็อกซ์ เป็นต้น ภาพยนตร์ได้รับการตอบรับในทางที่ดี ภาคต่อในชื่อ เดดพูล 2 เข้าฉายในสหรัฐอเมริกา วันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 2018 และเข้าฉายในไทยในวันที่ 17 พฤษภาคม

เรื่องย่อ

เวด วิลสัน อดีตหน่วยรบพิเศษพบกับหญิงสาวชื่อ วาเนสซา ทั้งคู่คบหากันจนกระทั่งวิลสันขอเธอแต่งงาน แต่วิลสันพบว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็ง ต่อมามีเจ้าหน้าที่จากโครงการลับบอกวิลสันว่าเขาสามารถรักษามะเร็งได้ ครั้งแรกวิลสันไม่เชื่อ แต่ต่อมาวิลสันยอมเข้าร่วมโครงการ เขาพบกับเอแจ็กซ์และแองเจล ดัสท์ ผู้ควบคุมโครงการและไม่ถูกกันตั้งแต่แรกเจอ เอแจ็กซ์ฉีดสารเซรุ่มใส่วิลสันและทรมานเขาเพื่อให้สารออกฤทธิ์ ก่อนจะปล่อยให้วิลสันขาดอากาศหายใจเมื่อหลายวิธีก่อนหน้านี้ไม่ได้ผล วิลสันหาทางทำลายห้องปฏิบัติการและสู้กับเอแจ็กซ์ แต่ถูกเอแจ็กซ์แทงด้วยเหล็กเส้นก่อนจะหลบหนีไป

วิลสันรอดชีวิตมาได้และคิดจะกลับไปหาวาเนสซา แต่ไม่กล้าไปพบเพราะกลัวเธอจะรับรูปลักษณ์ของเขาไม่ได้ เขาจึงไปหาวีเซล เพื่อนผู้เป็นเจ้าของบาร์และวางแผนจะหาตัวเอแจ็กซ์ให้เจอเพื่อทำให้เขากลับมาเป็นเหมือนเดิม โดยสวมชุดและเรียกตัวเองว่า “เดดพูล” หลังจากแกะรอยมานาน วิลสันโจมตีขบวนรถของเอแจ็กซ์บนทางด่วนและจับตัวเอแจ็กซ์ไว้ได้ แต่ถูกขัดขวางโดยเนกาโซนิก ทีนเอจ วอร์เฮดและโคลอสซัส ผู้พยายามจะชักชวนวิลสันเข้าทีมเอ็กซ์เมน ทำให้เอแจ็กซ์หนีไปได้อีกครั้ง

เอแจ็กซ์และแองเจล ดัสท์ไปที่บาร์ของวีเซลและรู้เรื่องวาเนสซา จึงไปลักพาตัววาเนสซาและท้าให้วิลสันมาที่ลานเก็บของเก่า วิลสันไปขอความช่วยเหลือจากเนกาโซนิกและโคลอสซัส ทั้งสามคนไปที่ลานเก็บของเก่า โดยเนกาโซนิกและโคลอสซัสสู้กับแองเจล ดัสท์ ส่วนวิลสันสู้กับทหารของเอแจ็กซ์ก่อนจะขึ้นไปสู้กับเอแจ็กซ์บนซากยานเก่าที่วาเนสซาถูกจับตัวอยู่ ระหว่างการต่อสู้ เนกาโซนิกทำให้ซากยานล้ม ทำให้เอแจ็กซ์บาดเจ็บหนัก วิลสันช่วยวาเนสซาและสั่งให้เอแจ็กซ์ทำให้ตนกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่เอแจ็กซ์หัวเราะและบอกว่าไม่มีวิธีไหนทำได้ วิลสันจึงฆ่าเอแจ็กซ์ ก่อนจะปรับความเข้าใจกับวาเนสซา ทั้งคู่จูบกันในตอนจบ

ในฉากหลังเครดิต วิลสันบอกผู้ชมว่าภาพยนตร์จบแล้วและจะมีภาคต่อที่เกี่ยวกับตัวละคร เคเบิล

นักแสดง

  • ไรอัน เรย์โนลส์ รับบทเป็น เวด วิลสัน/เดดพูล ทหารรับจ้างจอมพูดมากสายฮา ที่คัดเลือกเป็นสมาชิกในทีม X-Force
  • โมรีนา แบคคาริน รับบทเป็น วาเนสซา คู่หมั้นของเวด
  • เอ็ด สคริน รับบทเป็น ฟรานซิส ฟรีแมน / เอแจ็กซ์ ศัตรูหลักของเวด
  • ที.เจ. มิลเลอร์ รับบทเป็น วีเซล เพื่อนชนิดของเวด
  • จีนา คาราโน รับบทเป็น แองเจล ดัสท์ เพื่อนเก่าของเวด
  • ไบรอันน่า ฮิลเดอร์แบรนด์ รับบทเป็น เนกาโซนิก ทีนเอจ วอร์เฮด หนึ่งในเพื่อนร่วมทีม X-Force ของเวด
  • สเตฟาน คาพิซิค พากย์เสียงเป็น โคลอสซัส (แสดงโดยอังเดร ตรีคอโต ) หนึ่งในเพื่อนร่วมทีม X-Force ของเวด
  • เจด รีส รับบท เจ้าหน้าที่คัดเลือกของโครงการวีพอนเอ็กซ์
  • เลสลี อักแกมส์ รับบท ไบลด์อัล เพื่อนร่วมห้องของเวด

Deadpool ภาคแรกที่ทำรายได้ถล่มทลายทั่วโลก แจ้งเกิดฮีโร่กวนบาทาที่เข้าไปอยู่ในก้นบึ่งหัวใจของใครหลายคน จนสร้างภาคต่อที่รับประกันความฮาอีกเท่าทวีคูณอย่างแน่นอน ใน Deadpool 2

เปิดตัวหนังมาแบบไม่ซับซ้อนเท่าไหร่เมื่อนาง (หมายถึง Wade Wilson หรือ “เดดพูล”) ต้องรวมทีมมนุษย์กลายพันธุ์ ที่ตั้งชื่อเก๋ๆ ว่า X – Force เพื่อทำภารกิจคุ้มกัน “รัสเซล” (Russell) เด็กมีปัญหารูปร่างอ้วนคนหนึ่งที่มีพลังพิเศษในการควบคุมไฟในตัว (Pyrokinesis) โดยสร้างความร้อนจากมือให้เปลี่ยนเป็นไฟ บังคับให้พุ่งเป็นสายระเบิดทำลายทุกสิ่งพินาศยับเยินตามใจต้องการ ให้พ้นจากการตามฆ่าของตัวละครลึกลับผู้ข้ามกาลเวลามาอย่าง “เคเบิล แต่ก่อนหน้าภารกิจพิชิตวายร้ายแขนเหล็กนี้จะบังเกิด นางก็เที่ยวรับงานจัดการเหล่าแก๊งยากูซ่าไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นฉากบู๊ Long Take ฮาๆ ปนบนความเสียวจนเผลอร้องอี๋ๆๆ เรตอาร์อย่างที่รู้ๆ กัน ซึ่งเพราะงานทลายแก๊งเหล่านั้นทำให้เป็นต้นเหตุโศกนาฏกรรมใหญ่ๆ กับนางเอกของเรื่อง “วาเนสซา คาไลส์ล”  รับบทโดย “Morena Baccarin” ซึ่งพระเอกของเราถึงจะดำรงคอนเซปต์แอนตี้ฮีโร่ก็ตามที แต่บทจะดีนางก็ดีเกิ๊น (เสียงสูง) โดยกับเด็กด้วยแล้ว นางจะอ่อนโยนขึ้นมาหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว อาจเพราะความเป็นพ่อมันล้นปรี่ โดยก่อนหน้านี้นางเคยระริกระรี้เหมือนปลากระดี่ได้น้ำเมื่อตอนที่วาเนสซาแฟนนางตัดสินใจพร้อมมีบุตรให้ … ถึงปากจะร้าย หยาบคายไปหน่อยก็ตาม

การกระทำโหดๆ ดาร์กสุดแรงเกิดมีตั้งแต่ต้นเรื่องและรักษาระดับได้ดี ไม่มีถดถอยเอาจริงๆ ซึ่งจะเรียกว่าภาค 2 นี้ ไม่ค่อยกั๊กหรือยั้งความรุนแรงเหมือนภาคเก่าก่อน พี่เลยเกิดอาการแหวะๆ แต๋วแตกออกมาบ้าง อย่างฉากนางถูกจอมทำลายล้าง “Juggernaut” ฉีกร่างออกเป็นสองท่อน คือไม่น่าสงสารหรอก มันชวนอ้วกซะมากกว่า พูดจริง
ความตลกโปกฮาอยู่ที่การนั่งซึมซับมุกล้อเลียนหนังเรื่องอื่นๆ  ทั้งแขวะ ทั้งจิกกัด เบาบ้างหนักบ้าง เกรียนไปเรื่อย เสียดสีเขาไปทั่วทั้งในและนอกจอ ดึงมาด่าซะแทบจะหมดวงการฮอลลีวูด แม้แต่ทีม X-MEN ยังโดน เอาสิ !! การต่อปากต่อคำต่อราคาของตัวละคร เปิดมุกตบมุกกันก็ฮาใช้ได้ ทว่าค่อนข้างเถื่อนถ่อยไปหน่อย มี Bad Jokes และ Dirty Jokes บ้างประปราย

นึกน่าเสียดายนิดๆ ที่ตัวละครทำให้หนังขาดความเข้มข้น เพราะเล่นมากเกินไปไม่จริงจัง ซีนแอ๊คชั่นแทบไม่เกิดอาการลุ้นหรือต้องเอาใจช่วยแบบหนังฮีโร่ทั่วๆ ไป แต่หลายฉากก็ยอมรับเดาทางไม่ได้ การทำลายกำแพงที่ 4 (“Breaking The 4th Wall”) คือนางเป็นฮีโร่คนเดียวที่สามารถคุยกับคนดูได้ อันนี้ยังคงมีตลอดทั้งเรื่อง ทำให้เกิดอาการลำไยบ้าง เอาเป็นว่าตั้งแต่ต้นยันจบอะจ้ะ รับกันได้ก็ดูเพลินไป …
สิ่งดีที่เซอร์ไพรส์แล้วเอาใจพี่มากๆ คือ เพลงประกอบยังคงคอนเซปต์เดิมมีทั้งเก่าใหม่ผสมกันไป ยุค 80s’, 90s’ แต่เพลงสวีตๆ ก็หวานเจียนเน่าเสียจนอยากจะกุมมือคนข้างๆ แล้วเอนหัวซบไหล่กันเลยทีเดียว และที่ดีขั้นกว่าคือมีดีว่า “เซลีน ดิออน” มาขับกล่อมเพลงเปิดหนังทำให้มีกลิ่นความเป็นครอบครัวก็มิปาน สร้างสีสันได้ดีทีเดียว
ความประทับใจเล็กๆ เกิดขึ้นมาในฉากที่ตัวละครในบท เนกาโซนิก ทีนเอจ วอร์เฮด รับบทโดย ไบรอันนา ฮิลเดอแบรนด์ ตัวละครตัวนี้ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ได้เปิดตัวแฟนสาว ยูกิโอะ รับบทโดย ชิโอลิ คุตสึนะ เป็นการเผยอีกด้านของตัวละครนี้ออกมา นั่นหมายถึงจักรวาลมาร์เวลกล้าที่จะแตะและหยิบประเด็นเรื่องเพศสภาพมากขึ้น ซึ่งถูกใจพี่ยิ่งนัก และดูเหมือนว่าอนาคตอันใกล้เราอาจจะได้เห็นตัวละครที่มีความหลากหลายทางเพศมากยิ่งขึ้น …ถามว่าความเกรียนระดับนี้ ผู้ใหญ่ควรนำเด็กเข้าไปชมหรือไม่ ตอบตรงๆ เลย ไม่ควรเจ้าค่ะ ควรนำน้องๆ หนูๆ ไปเรียนร้อยมาลัยในเรือนแม่การะเกดจะดีกว่า ซึ่งยังมีหนังซูเปอร์ฮีโร่เข้าคิวรอฉายให้ผู้ปกครองเลือกได้อย่างเหมาะสมอีกมากมายยันปลายปี เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ตัวละครทุกตัวที่จะได้ใจ บทบาทอาจจะไม่เป็นที่น่าจดจำสักเท่าไหร่ แต่สำหรับแฟนมาร์เวลที่เหนียวแน่นกันมากว่า 10 ปี นี่คือสิ่งที่พี่ๆ เพื่อนๆ ทั้งหลายรอคอยอย่างแน่นอน
แต่เดดพูลจะมีภาค 3 ต่อไปหรือไม่นั้น ก็ต้องดูกันอีกทีว่า พี่ไรอัน จะเสกสรรค์ความเกรียนให้ครีเอทได้มากโดนใจผู้ผลิตคนใหม่ หรือจะเป็นคนเก่า อันนี้ยังเดาไม่ได้เพราะเรื่องการซื้อขายของค่ายยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ที่รู้ๆ มาคือถ้าทำภาค 3 รับรองต้องมีดราม่าชุดใหญ่แน่ๆ เพราะตัวละครที่ผู้ชมเห็นว่าใสๆ อาจไม่ใช่อยากที่เห็น

 

ภาพยนตร์เรื่อง Transformers

Transformers

Transformers

Transformers เป็นหุ่นยนต์เอเลี่ยนของเล่นยอดนิยม TAKARA TOMY (ในสหรัฐอเมริกา) ผลิตและจัดจำหน่ายโดย Hasbro แล้วเขียนเป็นเรื่องราวที่สดใส Transformers เป็นประเภทของวัตถุที่สามารถรับรู้ความรู้สึกได้ พวกมันเกิดจากสายพันธุ์ทั่วไปที่สามารถกลายร่างได้ เปลี่ยนร่างกายจากองค์ประกอบการจัดการโหมดหุ่นยนต์ขั้นพื้นฐาน (คล้ายกับมนุษย์) ไปเป็นร่างอื่นเช่นยานพาหนะอาวุธเครื่องจักรหรือสัตว์มันมีความสามารถในการเปลี่ยนเป็นความสามารถโดยธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตในสายพันธุ์นั้น ๆ การแปลงในช่วงสงครามที่คนส่วนใหญ่ใช้สิ่งมีชีวิตนี้เกิดขึ้นในโลกจักรกลที่ห่างไกลอย่างไซเบอร์ตรอน 

แม้ว่า ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส จะเป็นคำที่ใช้บ่อยที่สุดสำหรับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ มีคำอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไซเบอร์เนติกส์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตซึ่งต้นกำเนิดสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังดาวเคราะห์ได้ (คำเรียกสิ่งมีชีวิตนี้มักใช้ว่า Cybertronion)

เรื่องราวของชีวิตเหล่านี้ ประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะสงครามถูกบันทึกไว้เป็นเรื่องราวต่อมาในบทประพันธ์อย่างมากมาย เช่น ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส: จี1 (Transformers: G1) เป็นชื่อของทั้งการ์ตูนชุดทางโทรทัศน์ เดอะทรานส์ฟอร์มเมอร์ส (The Transformers) และหนังสือการ์ตูนชุดของมาร์เวลคอมิกส์ (Marvel Comics) ที่ใช้ชื่อเดียว ซึ่งแบ่งเพิ่มเติมเป็นภาษาญี่ปุ่นและส่วนย่อยภาษาอังกฤษตามลำดับ เรื่องถัดมา เช่น หนังสือการ์ตูนเจเนเรชั่น 2 (Generation 2) และการ์ตูนชุดทางโทรทัศน์บีสท์วอร์ส ซึ่งเป็นจักรวาลขนาดเล็กของตนเอง ตัวละครเจเนเรชั่น 1 ( Generation 1) ได้รับการทำใหม่ 2 ครั้ง กับดรีมเวฟ (Dreamwave) ใน ค.ศ. 2002 และสำนักพิมพ์ไอดีดับบลิว (IDW Publishing) ในปี ค.ศ. 2006

นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวที่เกิดในยุค 2000 ขึ้นอีก 4 ภาค ได้แก่ ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส คาร์โรบ็อต , ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ตำนานไมครอน , ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ซูเปอร์ลิงก์ และ ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส กาแล็คซี่ ฟอร์ซ

จากการออกฉายของฉบับภาพยนตร์คนแสดงในปี 2007 และผลสืบเนื่องจากการเปิดตัวในปี 2009 ชัดเจนขึ้นจากการเกิดครั้งก่อน ในขณะที่ซีรีส์ Transformers Animated ผสมผสานแนวคิดจากเนื้อเรื่องภาคต่อของ จี 1 (G1) และภาพยนตร์ในปี 2007

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส มหาวิบัติจักรกลสังหารถล่มจักรวาล

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส มหาวิบัติจักรกลสังหารถล่มจักรวาล (อังกฤษ: Transformers) เป็นภาพยนตร์ที่ออกฉายเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ในประเทศไทย กำกับโดยไมเคิล เบย์ นำแสดงโดย ไชอา ลาบัฟ, ไทรีส กิ๊บสัน, จอช ดูฮาเมล,แอนโธนี่ แอนเดอร์สัน, มีแกน ฟ็อกซ์, เรเชล เทย์เลอร์, จอห์น เทอร์เทอร์โร่, จอน วอยต์, เควิน ดันน์, ไมเคิล โอนีลล์, จูลี่ ไวต์, อเมารี โนลาสโก

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส อภิมหาสงครามแค้น

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส อภิมหาสงครามแค้น (อังกฤษ: Transformers: Revenge of the Fallen) เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวนวนิยายวิทยาศาสตร์ โลดโผน ออกฉายวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2009 ในสหราชอาณาจักรและในวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 2009 ในอเมริกาเหนือ[3] เป็นภาคต่อของ ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส มหาวิบัติจักรกลสังหารถล่มจักรวาล ที่ฉายเมื่อปีคริสต์ศักราช 2007 โดยไมเคิล เบย์และสตีเวน สปีลเบิร์ก กลับมารับหน้าที่เป็นผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้าง ตามลำดับ ขณะที่ไชอา เลอบัฟก็รับบทเดิมคือ แซม วิทวิคกี้ มนุษย์ที่อยู่ภายใต้สงครามระหว่างออโต้บอทส์และดีเซปติคอนส์ ในภาพยนตร์ยังมีหุ่นใหม่ ๆ เพิ่มอีกหลายตัวและยังขยายอาณาเขตไปหลายประเทศ โดยเฉพาะที่เด่นชัดใน เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ฝรั่งเศส และอียิปต์

อุปสรรคของภาพยนตร์ในขั้นตอนการผลิต คือการประท้วงของกลุ่มนักเขียนบทในสหรัฐอเมริการะหว่างปี 2007-2008 เช่นเดียวกับการประท้วงของของสมาคมผู้กำกับแห่งอเมริกาและสมาคมนักเขียนบท เบย์เสร็จสิ้นภาคผลิตทันเวลาจากความช่วยเหลือในการทำภาพร่างหนัง และเขียนบทภาพยนตร์โดย โรเบอร์โต ออร์ซิ, อเลกซ์ เคิร์สซแมน และเอห์เรน ครูเกอร์ ภาพยนตร์ถ่ายทำระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน 2008

สำหรับในประเทศไทย มีการจัดงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 2009 ณ เซ็นทรัลเวิลด์สแควร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ก่อนจะมีการฉายรอบสื่อมวลชน ทั้งในระบบฟิล์มปกติ ณ เอส เอฟ เวิลด์ ซีนีมา และในระบบไอแม็กซ์ ดีเอ็มอาร์ ณ กรุงศรี ไอแม็กซ์ เธียเตอร์ พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส 3

ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 3 (อังกฤษ: Transformers : Dark of the moon) เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนววิทยาศาสตร์ และ แนวแอ็คชั่นบันเทิงคดีแนววิทยาศาสตร์ มีต้นแบบมาจากหุ่นยนต์ของเล่นชุดทรานส์ฟอร์เมอร์สที่สามารถแปลงร่างได้ เริ่มออกฉายครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ปีพุทธศักราช 2554 สำหรับภาคนี้ เป็นภาคที่สามของภาพยนตร์ชุดเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่สืบเนื่องมาจากภาพยนตร์ ทรานส์ฟอร์เมอร์ส อภิมหาสงครามแค้น ที่ออกฉายใน พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องที่ต่อมาภายหลัง 3 ปี ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ต่อเนื่องเรื่องแรกที่บริษัท ดรีมเวิร์กส ไม่ได้จัดจำหน่าย และมอบให้ พาราเมาต์พิกเจอร์ส เป็นเจ้าของผลงานแต่เพียงผู้เดียว

ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 3 ได้รับการกำกับโดยไมเคิล เบย์ และได้ สตีเวน สปีลเบิร์กเป็นผู้อำนวยการบริหาร ทรานส์ฟอร์เมอร์สภาคนี้เป็นภาพยนตร์ภาคสุดท้ายที่ ทาคาร่า ทอมมี่ (Takara Tomy) เป็นเจ้าของ และ ฮาสโบร์ว (Hasbro) เป็นผู้ออกแบบตัวละครหุ่นยนต์ในภาพยนตร์ ที่ประเทศญี่ปุ่น เรื่องราวเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเนื้อเรื่องภายหลัง 3 ปี ต่อจากเหตุการณ์จากภาคเดิมในปี พ.ศ. 2552 กล่าวถึงฝ่าย ออโต้บอท (Autobots) ที่ทำการร่วมรบกับ กองทหารพิเศษฝ่ายมนุษย์ ชื่อว่า หน่วยเนสท์(Nest ซึ่งย่อมาจาก Nonbiological Extraterrestrial Species Treaty) เพื่อค้นหาเทคโนโลยีต่างดาวที่ซ่อนอยู่ปะปนกับมนุษย์บนโลก ซึ่งเคยถูกค้นพบมาแล้วบนดวงจันทร์ โดยยานอวกาศ อะพอลโล 11 (Apollo 11) เมื่อ 42 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ฝ่าย ดีเซปติคอนส์ (Decepticons) มีแผนที่จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ในการที่จะทำให้มนุษย์ตกเป็นทาส และในการที่จะฟื้นฟูดาวไซเบอร์ตรอน เพื่อให้เป็นบ้านหลังใหม่ของพวกทรานส์ฟอร์เมอร์ส

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส มหาวิบัติยุคสูญพันธุ์

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส มหาวิบัติยุคสูญพันธุ์ (อังกฤษ: Transformers: Age of Extinction) เป็นภาพยนตร์อเมริกันในปี ค.ศ. 2014 และเป็นเรื่องที่ 4 ของภาพยนตร์ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ซึ่งต่อจากภาคทรานส์ฟอร์มเมอร์ส 3 นำแสดงโดย มาร์ก วาห์ลเบิร์ก กำกับการแสดงโดย ไมเคิล เบย์[1] และได้ สตีเวน สปีลเบิร์ก เป็นผู้อำนวยการบริหาร โดยออกฉายในประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2014

ในระหว่างการสร้างทรานส์ฟอร์มเมอร์ส 3 ไชอา เลอบัฟ และไมเคิล เบย์ ได้ยืนยันว่าพวกเขาจะไม่กลับมาในภาคที่สี่ของซีรีส์[2] ส่วนโรแลนด์ เอมเมอริค, โจ จอห์นสตัน, จอน เทอร์เทิลเทิบ, สตีเฟน ซอมเมอร์ส, หลุยส์ เลแตร์ริเยร์ และเดวิด เยตส์ ต่างได้รับการลือว่าจะเข้ามาทำหน้าที่แทนไมเคิล เบย์

ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 5: อัศวินรุ่นสุดท้าย

ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 5: อัศวินรุ่นสุดท้าย (อังกฤษ: Transformers: The Last Knight) เป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดแอคชั่นจากปี ค.ศ. 2017 ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคห้าในภาพยนตร์ซีรีส์ชุด ทรานส์ฟอร์เมอร์ส ต่อจาก ทรานส์ฟอร์เมอร์ส: มหาวิบัติยุคสูญพันธุ์ กำกับโดย ไมเคิล เบย์

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะแตกต่างจากแก่นเรื่องหลักของแฟรนไชส์ทรานส์ฟอร์เมอร์ส และให้คำจำกัดความวีรบุรุษใหม่ มนุษย์และทรานส์ฟอร์เมอร์สอยู่ในสงคราม ออพติมัสจากไป การปกป้องอนาคตของพวกเราขึ้นอยู่กับความลับในอดีต ที่ซ่อนอยู่ในประวัติศาสตร์ทรานส์ฟอร์เมอร์สบนโลกใบนี้ การพิทักษ์โลกของเราตกอยู่ในกำมือของพันธมิตรอย่าง เคด เยเกอร์ และ บัมเบิ้ลบี และขุนนางอังกฤษ และ ศาสตราจารย์จากออกซฟอร์ด

หนังภาพยนตร์ 300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก

 

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก (300) เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีของสหรัฐใน พ.ศ. 2550 ที่มาจากการ์ตูนชุดใน พ.ศ. 2541 ที่มีชื่อเดียวกันของแฟรงก์ มิลเลอร์ เป็นฉากเกี่ยวกับการสู้รบที่เทอร์มอพิลี ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยแซ็ค สไนเดอร์ ส่วนมิลเลอร์ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการบริหารและที่ปรึกษา โครงเรื่องเกี่ยวกับพระราชาเลโอไนดัส ที่นำชาวสปาร์ตา 300 คนไปต่อสู้กับกองทัพเปอร์เซียนับล้านคนที่นำโดยพระเจ้าเซอร์เซส เรื่องราวจะเล่าโดยดีลิออส ทหารสปาร์ตา

เนื้อเรื่อง

Delios บอกเล่าเรื่องราวของ King Leonidos ที่ได้รับการฝึกฝนการรบมาตั้งแต่เยาว์วัย แม้ว่าเขาจะขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งสปาร์ตา แต่เปอร์เซียก็ส่งทูตไปเจรจายอมจำนนต่อกษัตริย์ซิลก์ส แต่ Leonides ปฏิเสธ สังหารผู้ส่งสารแห่งเปอร์เซียทั้งหมดเมื่อลีโอไนดัสไปเยี่ยมพรีสต์อีและขอให้ทำนายและแจกแจงแผนการรบโดยบังคับให้ชาวเปอร์เซียข้ามหุบเขา จำกัด จำนวนนักสู้ที่เกิน Spartan และผลักเปอร์เซียตกหน้าผา Priest E ปรึกษากับศาสดาพยากรณ์ มีการบอกกันว่าสปาร์ตาควรทำสงคราม แต่ Leonides เพิกเฉยและลากมันออกไป

ไม่มีใครรู้ว่านักบวช E สำหรับยอมรับสินบนจากนักการทูตของ King Xerxes ลีโอได้รวบรวมกองทัพสามร้อยคน เดินทางไปกับนักรบอาร์คาเดียและกรีก Leonides และ Ephieltis พบกันเพื่อสร้างกำแพงสำหรับการเดินทัพของชาวเปอร์เซีย นักรบสปาร์ตันพิการที่ตั้งใจจะต่อสู้ตามคำสั่งของพ่อแม่ แต่กษัตริย์เองก็ปฏิเสธด้วยเงื้อมมือของเอฟิเอลทิส

กษัตริย์เซอร์เซสเดินทางมาพบลีโอไนดัสด้วยตนเอง และกล่าวชื่นชมความกล้าหาญ พร้อมทั้งให้โอกาสในการยอมจำนน แลกกับความมั่งคั่งและอำนาจมากมาย แต่ลีโอไนดัสปฏิเสธ ทั้งยังตั้งปฏิญาณจะทำให้สมมติเทพอย่างเซอร์เซสหลั่งเลือดอีกด้วย ในการปะทะกัน ด้วยการตั้งรูปขบวนที่แข็งแกร่ง ทำให้ทัพสปาร์ตาสามารถเอาชนะทัพแรกของเปอร์เซียได้ กษัตริย์เซอร์เซสส่งกองทัพมาต่อสู้อีกหลายครั้ง แต่ก็โดนเหล่านักรบสปาร์ตันและกองหนุนทำลายได้ทุกครั้ง ขณะเดียวกัน เอฟิอัลทีสที่น้อยเนื้อต่ำใจ ได้หันไปสวามิภักดิ์แด่เซอร์เซส และบอกความลับทางภูมิศาสตร์ให้เซอร์เซสทราบ ทำให้กองทัพอาร์เคเดียนที่รู้ข่าวขอถอยทัพออกมาเนื่องจากเกรงจะสู้ไม่ได้ แต่ลีโอไนดัสยังยืนยันจะออกรบต่อไป และให้ดีลิออสที่สูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่งจากการรบให้กลับมาแจ้งข่าวแก่ทางสภาเมือง

ที่เมืองสปาร์ตา ราชินีกอร์โกปฏิเสธข้อเสนอของเธอรอน นักการเมืองฉ้อฉลที่หวังจะให้ราชินีมีสัมพันธ์กับตน แลกกับการอนุญาตส่งทหารออกไปเสริมทัพแก่ลีโอไนดัส ในการประชุมสภา เธอรอนประกาศว่ากอร์โกนั้นไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นราชินี จึงโดนกอร์โกใช้มีดแทง เผยให้เห็นเหรียญตราของเซอร์เซสในกระเป๋า ซึ่งใช้ติดสินบนเธอรอน เมื่อทราบดังนี้ ทางสภาจึงรวมกำลังกันวางแผนต่อต้านเปอร์เซีย

ในหุบเขาลานศึก ทัพของเปอร์เซียเข้าล้อมทัพสปาร์ตัน และบังคับให้ลีโอไนดัสยอมจำนนแก่เซอร์เซสเป็นครั้งสุดท้าย ลีโอไนดัสทิ้งเกราะและโล่ห์ คุกเข่าเหมือนจะยอมให้ แต่กลับสั่งให้ทหารนายหนึ่งโจมตีกลับทันที เห็นดังนั้น เซอร์เซสจึงโกรธจัดและสั่งให้สังหารทัพสปาร์ตันทันที ท่ามกลางห่าฝนลูกธนูที่รายล้อม ลีโอไนดัสคว้าทวนคู่กายขว้างไปเฉี่ยวแก้มของเซอร์เซสจนบาดเจ็บ และหลั่งเลือดตามที่เขาเคยลั่นวาจาไว้ ลีโอไนดัสรวมทั้งทหารสปาร์ตันทั้งสามร้อยนายถูกสังหารสิ้น

ดีลิออสสรุปเรื่องราวทั้งหมดซึ่งเกิดขึ้นหนึ่งปีก่อนหน้าให้ทหารแห่งกองทัพฟัง และประกาศก้องให้เหล่าทหารร่วมกันสรรเสริญวีรกรรมของสปาร์ตันทั้งสามร้อยนาย รวมทั้งเผยให้เห็นกองกำลังของสปาร์ตันที่บัดนี้มีถึงหมื่นนาย และทหารจากกรีกอีกกว่าสามหมื่น จะรวมพลังกันต่อต้านกองทัพเปอร์เซียแม้จะมีกำลังมากกว่าถึงสามเท่าก็ตาม ก่อนจะนำทัพเข้าปะทะกันเกิดเป็นสงครามแห่งทุ่งราบพลาเทียในเวลาต่อมา

ความถูกต้องทางประวัติศาสตร์

พอล คาร์ตเลดจ์ ศาสตราจารย์ด้านวัฒนธรรมกรีก มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์กล่าวว่าภาพยนตร์มีความคลาดเคลื่อนหลายอย่าง เช่น กษัตริย์ดาไรอัสที่ 1 ไม่ได้ถูกปลงพระชนม์ในยุทธการที่มาราธอนและพระองค์กับเซอร์ซีส พระราชโอรสก็ไม่ได้อยู่ในสมรภูมิดังกล่าว รวมถึงอาร์เทมีเชียซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้วเป็นราชินีแห่งแฮลิคาร์แนสซัส ไม่ใช่ทาสและไม่ได้ถูกฆ่าในยุทธนาวีที่ซาลามิส นอกจากนี้กองเรือพันธมิตรกรีกในยุทธนาวีดังกล่าวมีจำนวน 400 ลำ ไม่ได้มีจำนวนมากมายเหมือนในภาพยนตร์ ดูหนังออนไลน์

หนังภาพยนตร์ 300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก 

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก (300) เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีของสหรัฐใน พ.ศ. 2550 ที่มาจากการ์ตูนชุดใน พ.ศ. 2541 ที่มีชื่อเดียวกันของแฟรงก์ มิลเลอร์ เป็นฉากเกี่ยวกับการสู้รบที่เทอร์มอพิลี ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยแซ็ค สไนเดอร์ ส่วนมิลเลอร์ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการบริหารและที่ปรึกษา โครงเรื่องเกี่ยวกับพระราชาเลโอไนดัส ที่นำชาวสปาร์ตา 300 คนไปต่อสู้กับกองทัพเปอร์เซียนับล้านคนที่นำโดยพระเจ้าเซอร์เซส เรื่องราวจะเล่าโดยดีลิออส ทหารสปาร์ตา

เนื้อเรื่อง

ดีลิออส ได้กล่าวเล่าเรื่องของกษัตริย์ลีโอไนดัสที่ได้รับการฝึกฝนวิชาศึกตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ กระทั่งยามขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งสปาร์ตา ทางเปอร์เซียได้ส่งทูตมาเจรจาให้ยอมเป็นเมืองขึ้นแก่กษัตริย์เซอร์เซส แต่ลีโอไนดัสไม่ยอม และสังหารเหล่าผู้ส่งสารจากเปอร์เซียจนสิ้น เมื่อลีโอไนดัสเดินทางไปเยี่ยมนักบวชอีฟอร์ เพื่อขอคำทำนายและแจกแจงแผนการรบ โดยการบีบให้กองทัพเปอร์เซียนเดินทางผ่านช่องหุบเขา เพื่อจำกัดจำนวนของนักรบที่มีมากกว่าทางสปาร์ตา และผลักพวกเปอร์เซียนลงหน้าผาไป เหล่านักบวชอีฟอร์ปรึกษากับเทพยากรณ์ ได้รับคำแนะนำว่าสปาร์ตามิควรออกศึกโดยเด็ดขาด แต่ลีโอไนดัสเพิกเฉยและลากจากมา โดยหารู้ไม่ว่านักบวชอีฟอร์ได้รับสินบนจากนักการทูตของกษัตริย์เซอร์เซส

ลีโอไนดัสรวบรวมกองทัพทั้งสามร้อยนาย เดินทางไปร่วมกับนักรบชาวอาร์เคเดียและกรีกบางส่วน ร่วมกันสร้างกำแพงเพื่อต่อต้านการเดินทัพของชาวเปอร์เซีย ขณะเดียวกัน ลีโอไนดัสได้พบกับเอฟีอัลทีส นักรบสปาร์ตันที่มีรูปร่างพิกลพิการ ซึ่งตั้งใจจะร่วมศึกตามคำสั่งเสียของบิดามารดา แต่ด้วยความพิการของเอฟีอัลทีสเองทำให้กษัตริย์ปฏิเสธ

กษัตริย์เซอร์เซสเดินทางมาพบลีโอไนดัสด้วยตนเอง และกล่าวชื่นชมความกล้าหาญ พร้อมทั้งให้โอกาสในการยอมจำนน แลกกับความมั่งคั่งและอำนาจมากมาย แต่ลีโอไนดัสปฏิเสธ ทั้งยังตั้งปฏิญาณจะทำให้สมมติเทพอย่างเซอร์เซสหลั่งเลือดอีกด้วย ในการปะทะกัน ด้วยการตั้งรูปขบวนที่แข็งแกร่ง ทำให้ทัพสปาร์ตาสามารถเอาชนะทัพแรกของเปอร์เซียได้ กษัตริย์เซอร์เซสส่งกองทัพมาต่อสู้อีกหลายครั้ง แต่ก็โดนเหล่านักรบสปาร์ตันและกองหนุนทำลายได้ทุกครั้ง ขณะเดียวกัน เอฟิอัลทีสที่น้อยเนื้อต่ำใจ ได้หันไปสวามิภักดิ์แด่เซอร์เซส และบอกความลับทางภูมิศาสตร์ให้เซอร์เซสทราบ ทำให้กองทัพอาร์เคเดียนที่รู้ข่าวขอถอยทัพออกมาเนื่องจากเกรงจะสู้ไม่ได้ แต่ลีโอไนดัสยังยืนยันจะออกรบต่อไป และให้ดีลิออสที่สูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่งจากการรบให้กลับมาแจ้งข่าวแก่ทางสภาเมือง

ที่เมืองสปาร์ตา ราชินีกอร์โกปฏิเสธข้อเสนอของเธอรอน นักการเมืองฉ้อฉลที่หวังจะให้ราชินีมีสัมพันธ์กับตน แลกกับการอนุญาตส่งทหารออกไปเสริมทัพแก่ลีโอไนดัส ในการประชุมสภา เธอรอนประกาศว่ากอร์โกนั้นไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นราชินี จึงโดนกอร์โกใช้มีดแทง เผยให้เห็นเหรียญตราของเซอร์เซสในกระเป๋า ซึ่งใช้ติดสินบนเธอรอน เมื่อทราบดังนี้ ทางสภาจึงรวมกำลังกันวางแผนต่อต้านเปอร์เซีย

ในหุบเขาลานศึก ทัพของเปอร์เซียเข้าล้อมทัพสปาร์ตัน และบังคับให้ลีโอไนดัสยอมจำนนแก่เซอร์เซสเป็นครั้งสุดท้าย ลีโอไนดัสทิ้งเกราะและโล่ห์ คุกเข่าเหมือนจะยอมให้ แต่กลับสั่งให้ทหารนายหนึ่งโจมตีกลับทันที เห็นดังนั้น เซอร์เซสจึงโกรธจัดและสั่งให้สังหารทัพสปาร์ตันทันที ท่ามกลางห่าฝนลูกธนูที่รายล้อม ลีโอไนดัสคว้าทวนคู่กายขว้างไปเฉี่ยวแก้มของเซอร์เซสจนบาดเจ็บ และหลั่งเลือดตามที่เขาเคยลั่นวาจาไว้ ลีโอไนดัสรวมทั้งทหารสปาร์ตันทั้งสามร้อยนายถูกสังหารสิ้น

ดีลิออสสรุปเรื่องราวทั้งหมดซึ่งเกิดขึ้นหนึ่งปีก่อนหน้าให้ทหารแห่งกองทัพฟัง และประกาศก้องให้เหล่าทหารร่วมกันสรรเสริญวีรกรรมของสปาร์ตันทั้งสามร้อยนาย รวมทั้งเผยให้เห็นกองกำลังของสปาร์ตันที่บัดนี้มีถึงหมื่นนาย และทหารจากกรีกอีกกว่าสามหมื่น จะรวมพลังกันต่อต้านกองทัพเปอร์เซียแม้จะมีกำลังมากกว่าถึงสามเท่าก็ตาม ก่อนจะนำทัพเข้าปะทะกันเกิดเป็นสงครามแห่งทุ่งราบพลาเทียในเวลาต่อมา

นักแสดง

  • เจอราร์ด บัตเลอร์ รับบท กษัตริย์เลโอไนดัสแห่งสปาร์ตา
  • ลีนา ฮีดดี รับบท ราชินีกอร์โกแห่งสปาร์ตา
  • เดวิด เวนแฮม รับบท ดีลิออส นักรบชาวสปาร์ตา
  • โรดรีกู ซานโตรู รับบท จักรพรรดิเซอร์เซสแห่งเปอร์เซีย
  • ดอมินิก เวสต์ รับบท เธอรอน นักการเมืองผู้ฉ้อฉลชาวสปาร์ตา
  • ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ รับบท สเตลิออส นักรบชาวสปาร์ตา

ภาคต่อ

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก มีภาคต่อคือ 300 มหาศึกกำเนิดอาณาจักร (300: Rise of an Empire) ออกฉายในสหรัฐอเมริกา วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557

300 มหาศึกกำเนิดอาณาจักร

300 มหาศึกกำเนิดอาณาจักร (อังกฤษ: 300: Rise of an Empire) เป็นภาพยนตร์ประวัติศาสตร์/สงคราม/จินตนิมิต กำกับโดยโนม เมอร์โร ร่วมอำนวยการสร้างและเขียนบทโดยแซ็ค สไนเดอร์ โดยอิงจากหนังสือการ์ตูนที่ยังไม่ออกเผยแพร่ชื่อ Xerxes ของแฟรงก์ มิลเลอร์ นำแสดงโดยซัลลิแวน สเตเพิลตัน, อีวา กรีน, ลีนา ฮีดดี, ฮันส์ แมทีสัน, เดวิด เวนแฮมและโรดรีกู ซานโตรู ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก 300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก โดยดำเนินเรื่องไปพร้อมกับภาคก่อนและมีเหตุการณ์ในยุทธนาวีที่อาร์ทีมีเซียมและยุทธนาวีที่ซาลามิส ออกฉายในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 2014

เรื่องย่อ

ราชินีกอร์โกแห่งสปาร์ตาเล่าเรื่องยุทธการที่มาราธอนให้ทหารของพระองค์ฟัง ราชินีกอร์โกเล่าว่ากษัตริย์ดารีอัสถูกเธมิสโตคลีส แม่ทัพชาวเอเธนส์ปลงพระชนม์เมื่อ 10 ปีก่อนโดยมีเซอร์ซีส พระราชโอรสของกษัตริย์ดารีอัสอยู่ในเหตุการณ์ หลังกษัตริย์ดารีอัสเสด็จสวรรคต อาร์เทมีเชีย แม่ทัพของฝ่ายเปอร์เซียบอกเซอร์ซีสว่า “มีแต่เทพเจ้าเท่านั้นที่สยบกรีกได้” และส่งเซอร์ซีสไปที่ถ้ำกลางทะเลทรายเพื่อทำพิธีให้เซอร์ซีสกลายเป็น “ราชาเทพ” เซอร์ซีสกลับมาและประกาศสงครามกับกรีกเพื่อล้างแค้นให้พระราชบิดา

เมื่อฝ่ายเปอร์เซียเดินทัพมาถึงเทอร์มอพิลี เธมิสโตคลีสปรึกษากับที่ประชุมและเสนอให้จัดกองเรือเพื่อต่อต้านเปอร์เซีย เธมิสโตคลีสเดินทางไปที่สปาร์ตาเพื่อขอความช่วยเหลือจากกษัตริย์เลโอไนดัส แต่พบราชินีกอร์โกซึ่งปฏิเสธไม่ร่วมเป็นพันธมิตรกับเอเธนส์ ต่อมาเธมิสโตคลีสพบกับสคิลเลียส ซึ่งลอบเข้าไปสืบข่าวฝ่ายเปอร์เซีย สคิลเลียสเล่าว่าอาร์เทมีเชียเป็นชาวกรีก แต่ครอบครัวของเธอถูกทหารกรีกฆ่าตาย ส่วนเธอถูกส่งไปเป็นทาส ต่อมาได้รับความช่วยเหลือจากทูตชาวเปอร์เซียที่ฝึกให้เธอกลายเป็นนักรบและรับใช้กษัตริย์ดารีอัส สคิลเลียสยังบอกอีกว่าตอนนี้กษัตริย์เลโอไนดัสและทหาร 300 นายกำลังเดินทัพไปที่เทอร์มอพิลี

เธมิสโตคลีสนำกองเรือ 50 ลำไปทำการรบที่อาร์ทีมีเซียมในทะเลอีเจียน วันต่อมา เธมิสโตคลีสล่อทัพเรือเปอร์เซียเข้าไปติดกับแล้วทำลายทัพเปอร์เซียจนย่อยยับ อาร์เทมีเชียซึ่งประทับใจในความสามารถของเธมิสโตคลีสขอพบเขา ทั้งสองพบกันบนเรือเปอร์เซียและมีเพศสัมพันธ์กัน อาร์เทมีเชียพยายามโน้มน้าวให้เธมิสโตคลีสย้ายข้าง แต่เธมิสโตคลีสปฏิเสธ

ต่อมาฝ่ายเปอร์เซียใช้แผนปล่อยน้ำมันลงทะเลและให้ทหารว่ายไปขึ้นเรือกรีกเพื่อระเบิดเรือ แต่กลับทำให้เรือทั้งสองฝ่ายระเบิด เธมิสโตคลีสถูกแรงระเบิดจนกระเด็นตกน้ำ แต่ได้รับความช่วยเหลือจากเอสคิลัส เธมิสโตคลีสพบว่าฝ่ายตนเหลือเรืออยู่ 6 ลำและทหารไม่กี่ร้อยคนที่รอดจากการปะทะกันก่อนหน้า

แด็กซอส แม่ทัพชาวอาร์คาเดียเดินทางมาบอกเธมิสโตคลีสว่ากองทัพสปาร์ตา 300 นายที่เทอร์มอพิลีถูกฆ่าทั้งหมด เธมิสโตคลีสกลับไปที่เอเธนส์และพบกับเอฟิอัลทีส คนค่อมผู้ทรยศกองทัพสปาร์ตาที่เทอร์มอพิลี เอฟิอัลทีสบอกเธมิสโตคลีสว่าเซอร์ซีสกำลังเดินทัพมาที่เอเธนส์และจะเผาที่นี่ให้เป็นจุล แต่เธมิสโตคลีสตอบกลับไปว่าจะรวบรวมกองเรือเพื่อสู้กับฝ่ายเปอร์เซียที่อ่าวซาลามิส เธมิสโตคลีสไปที่สปาร์ตาและคืนดาบของกษัตริย์เลโอไนดัสให้ราชินีกอร์โก พร้อมทั้งขอให้พระองค์ช่วยเหลือทัพกรีกเพื่อเป็นการล้างแค้นให้พระสวามี

กองทัพของเซอร์ซีสมาถึงเอเธนส์และฆ่าผู้คน พร้อมกับเผาเมือง เมื่ออาร์เทมีเชียรู้ข่าวว่าเธมิสโตคลีสยังไม่ตาย เธอสั่งให้กองเรือเตรียมพร้อมทำศึก เซอร์ซีสพยายามเตือนว่านี่อาจเป็นกลลวง แต่อาร์เทมีเชียไม่ฟัง ทัพเรือฝ่ายกรีกและเปอร์เซียปะทะกันที่อ่าวซาลามิส เธมิสโตคลีสและอาร์เทมีเชียสู้กันจนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ ในตอนนั้นราชินีกอร์โกนำกองเรือของพันธมิตรกรีกมาช่วยเธมิสโตคลีส เธมิสโตคลีสสั่งให้อาร์เทมีเชียยอมจำนนแต่เธอปฏิเสธ จึงถูกเธมิสโตคลีสแทงจนตาย ภาพยนตร์จบลงเมื่อกองเรือพันธมิตรของกรีกร่วมกันโจมตีฝ่ายเปอร์เซีย

นักแสดง

  • ซัลลิแวน สเตเพิลตัน รับบท เธมิสโตคลีส แม่ทัพชาวเอเธนส์
  • อีวา กรีน รับบท อาร์เทมีเชีย แม่ทัพฝ่ายเปอร์เซีย
    • เคตลิน คาร์ไมเคิล รับบท อาร์เทมีเชียในวัย 8 ปี
    • เจด ชิโนเวธ รับบท อาร์เทมีเชียในวัย 13 ปี
  • ลีนา ฮีดดี รับบท ราชินีกอร์โกแห่งสปาร์ตา
  • โรดรีกู ซานโตรู รับบท จักรพรรดิเซอร์ซีสแห่งเปอร์เซีย
  • ฮันส์ แมทีสัน รับบท เอสคิลัส
  • เดวิด เวนแฮม รับบท ดิลีออส
  • คัลแลน มัลวีย์ รับบท สคิลเลียส
  • ยิกัล นาออร์ รับบท จักรพรรดิดาไรอัสที่ 1 พระราชบิดาของจักรพรรดิเซอร์ซีส
  • ปีเตอร์ เมนซาห์ รับบท ทูตชาวเปอร์เซีย / ผู้ดูแลอาร์เทมีเชีย
  • เจอราร์ด บัตเลอร์ รับบท กษัตริย์เลโอไนดัสแห่งสปาร์ตา (ภาพย้อนหลัง)
  • แอนดรูว์ พลีวิน รับบท แด็กซอส แม่ทัพชาวอาร์คาเดีย
  • แอนดรูว์ เทียร์แนน รับบท เอฟิอัลทีส

ความถูกต้องทางประวัติศาสตร์

พอล คาร์ตเลดจ์ ศาสตราจารย์ด้านวัฒนธรรมกรีก มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์กล่าวว่าภาพยนตร์มีความคลาดเคลื่อนหลายอย่าง เช่น กษัตริย์ดาไรอัสที่ 1 ไม่ได้ถูกปลงพระชนม์ในยุทธการที่มาราธอนและพระองค์กับเซอร์ซีส พระราชโอรสก็ไม่ได้อยู่ในสมรภูมิดังกล่าว รวมถึงอาร์เทมีเชียซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้วเป็นราชินีแห่งแฮลิคาร์แนสซัส ไม่ใช่ทาสและไม่ได้ถูกฆ่าในยุทธนาวีที่ซาลามิส นอกจากนี้กองเรือพันธมิตรกรีกในยุทธนาวีดังกล่าวมีจำนวน 400 ลำ ไม่ได้มีจำนวนมากมายเหมือนในภาพยนตร์ ดูหนังออนไลน์

กัปตันอเมริกา: อเวนเจอร์ที่ 1

กัปตันอเมริกา อเวนเจอร์ที่ 1

 

กัปตันอเมริกา: อเวนเจอร์ที่ 1

กัปตันอเมริกา อเวนเจอร์ที่ 1 (อังกฤษ: Captain America: The First Avenger) เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่อเมริกันโดยมีต้นแบบมาจากตัวละครกัปตันอเมริกา จากมาร์เวลคอมิกส์ ผลิตโดย มาร์เวล สตูดิโอส์ และจัดจำหน่ายโดย พาราเมาต์พิกเจอส์ เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ห้าในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล ภาพยนตร์กำกับโดย โจ จอห์นสตัน เขียนบทโดยคริสโตเฟอร์ มาร์คัส และ สตีเฟน แม็กฟีลี และแสดงโดยคริส อีแวนส์ ทอมมี ลี โจนส์ ฮิวโก วีฟวิง เฮย์ลีย์ แอตเวลล์ เซบาสเตียน สแตน โดมินิก คูเปอร์ นีล แม็กโดนอ เดเรก ลู้ก และสแตนลีย์ ทุชชี ฉากภาพยนตร์เป็นสงครามโลกครั้งที่สอง ภาพยนตร์เล่าเรื่องเกี่ยวกับสตีฟ โรเจอส์ ชายขี้โรคจากบรุกลินที่กลายร่างเป็นทหารซูเปอร์โซลเจอร์ กัปตันอเมริกา ช่วยรบในสงคราม โรเจอส์ต้องหยุดการกระทำของเรดสกัล หัวหน้าหน่วยสรรพวุธของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และหัวหน้าองค์กรที่ตั้งใจใช้วัตถุที่เรียกว่า “เทสเซอแรกต์” (Tesseract) เป็นแหล่งพลังงานยึดครองโลก

แนวคิดสร้างภาพยนตร์กัปตันอเมริกา เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1997 และมีกำหนดจัดจำหน่ายโดยอาร์ทิซานเอ็นเตอร์เทนเมนต์ อย่างไรก็ตาม มีคดีความคดีหนึ่ง ยังตัดสินในเดือนกันยายน ค.ศ. 2003 ขัดขวางโครงการดังกล่าว ในปี ค.ศ. 2005 มาร์เวล สตูดิโอส์ กู้เงินจากเมร์ริล ลินช์ และวางแผนทางการเงินและออกฉายโดย พาราเมาต์พิกเจอส์ ผู้กำกับ จอน แฟวโร และ ลุยส์ เลเตริเยร์ สนใจกำกับภาพยนตร์ก่อนจอห์นสตันจะเข้ามาเกี่ยวข้องในปี ค.ศ. 2008 มีการคัดเลือกนักแสดงระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน ค.ศ. 2010 การสร้างภาพยนตร์ กัปตันอเมริกา เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 2008 และถ่ายทำในลอนดอน แมนเชสเตอร์ หมู่บ้านแคร์เวนต์ และลิเวอร์พูล สหราชอาณาจักร และลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา หลังถ่ายทำ ภาพยนตร์ถูกแปลงเป็นภาพยนตร์ 3 มิติ

กัปตันอเมริกา:  ฉายรอบปฐมฤกษ์ที่ฮอลลิวูดในวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 และออกฉายในสหรัฐอเมริกาวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จในด้านคำวิจารณ์และยอดขาย ทำได้มากกว่า 370 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก บลูเรย์และดีวีดีวางจำหน่ายในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2011 ภาพยนตร์ภาคต่อชื่อ กัปตันอเมริกา: มัจจุราชอหังการ ออกฉายวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 2014 และภาคที่สามชื่อ กัปตันอเมริกา: ศึกฮีโร่ระห่ำโลก ออกฉายวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2016

Money Heist ทรชนคนปล้นโลก Season 1-2 The Best On Netflix

Money Heist
Money Heist ทรชนคนปล้นโลก

Money Heist ทรชนคนปล้นโลก ปฏิบัติการปล้นระดับชาติที่มีผู้นำขบวนการใช้ฉายาแฝงว่า ศาสตราจารย์ เขารวบรวมอดีตโจร นักต้มตุ๋น อันธพาล และพวกคนชายขอบที่มีความสามารถเฉพาะด้าน มาเรียกด้วยชื่อของเมืองแทนชื่อตัวเพื่อมาร่วมกันทำตามแผนโจรกรรมสมบูรณ์แบบที่ไม่มีใครต้องบาดเจ็บหรือตาย และพวกเขาจะหนีรอดมาได้พร้อมเงินที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ของสเปน หรืออาจของโลกด้วย ทว่าความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริงในโลก แม้แต่ศาสตราจารย์เองก็ต้องเรียนรู้เรื่องนั้นเมื่อได้ผ่านอุปสรรคแต่ละครั้งที่เกิดขึ้นในแผนปล้นใหญ่ครั้งนี้

Money Heist ทรชนคนปล้นโลก (หรือ La Casa de Papel ซึ่งแปลว่า บ้านกระดาษ ในภาษาสเปน) เป็นซีรีส์จากสเปนที่ฮิตเกินคาดในบ้านเรา (หรืออาจพูดว่าทั่วโลก) โดยเฉพาะที่ว่าสามารถทำให้เน็ตฟลิกซ์ควักเงินออกทุนมาจนถึงซีซันที่ 4 แล้วด้วย โดยที่ไม่มีดาราเบอร์ใหญ่ระดับฮอลลีวู้ดมาเล่นสักคน ยิ่งการันตีความเจ๋งเป้งของตัวซีรีส์ได้อย่างดี โดยซีรีส์ชุดนี้เป็นผลงานสร้างสรรค์ของ อเล็กซ์ ปินา (Álex Pina) นักสร้างซีรีส์สุดเก๋าของสเปน ที่เดิมทีเป็นซีรีส์ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ช่อง Antena 3 ของสเปน ก่อนที่จะถูกนำมาลงเน็ตฟลิกซ์และทำให้ทีมนักแสดงนำโดยเฉพาะ อัลวาโร มอร์เต (Álvaro Morte) ในบทของ ศาสตราจารย์, เปโดร อลอนโซ (Pedro Alonso) ในบท เบอร์ลิน และนักแสดงสาวสุดเซ็กซี เออร์ซูลา คอร์เบโร (Úrsula Corberó) ในบท โตเกียว กลายเป็นที่จดจำไปทั่วโลกเลยทีเดียว

สำหรับใครที่ไม่เคยดูมาก่อนก็ต้องบอกว่าแม้เนื้อหาจะลากยาวมาถึงซีซันที่ 4 แล้ว แต่ในแง่ของการจบปมต่าง ๆ นั้นอาจเล่าได้ว่าตัวซีรีส์ถูกแบ่งออกเป็น 2 ภาค โดยปริยาย คือ ภาคปล้นโรงกษาปณ์ (ซีซันที่ 1-2) และภาคปล้นธนาคารกลาง (ซีซันที่ 3-4 และยังไม่จบ) ใครจะเริ่มดูแล้วกลัวหยุดไม่อยู่ก็บอกได้เลยว่ามีจุดที่ให้เบรกใจได้ยาว ๆ ตรงจบภาคแรกนั่นเองเพราะมันไม่ได้ทิ้งเชื้อให้ค้างคาสุด ๆ อะไรเลย (เป็นข้อดีนะไม่งั้นลากยาว ๆ กัน 4 ซีซัน รวม 38 ตอนนี่แอบเหนื่อย)

ภาคปล้นโรงกษาปณ์

ในภาคนี้นั้นเราจะได้เห็นการปูพื้นตัวละครต่าง ๆ ที่มาที่ไปและจุดแข็ง-จุดอ่อนในตัวของแต่ละคน รวมถึงปูพื้นฝั่งตรงข้ามอย่างตำรวจและหน่วยข่าวกรองของสเปน ถ้าว่าเป็นหนังภาคแรกก็เป็นภาคแรกที่ดูไปลุ้นไปจากความไม่รู้จักตัวละครนี่ล่ะ ว่ามันจะเก่งจะอ่านแผนล่วงหน้าไปได้ถึงไหนเชียว การปล้นโรงกษาปณ์ของประเทศอุปสรรคมันยากกว่าพวกหนังปล้นธนาคารทั่วไปอีกระดับเลย ตรงนี้เป็นจุดที่ต้องชื่นชมความชาญฉลาดของทีมเขียนบทที่นำโดยครีเอเตอร์คนเก่งอย่าง อเล็กซ์ ปินา ซึ่งธีมการนำเสนอก็ล้อไปชื่อเรื่องในภาษาสเปนที่แปลว่า บ้านกระดาษ ได้ดี ทั้งฉากไตเติลที่เป็นกราฟิกโรงกษาปณ์จำลองจากกระดาษซึ่ง ศาสตราจารย์ ใช้อ้างอิงในการวางแผนต่าง ๆ ดั่งภาพอุดมคติของตัวละครที่ต้องการแผนการที่

สมบูรณ์แบบไม่มีใครบาดเจ็บหรือตาย และพวกเขาจะหนีรอดราวผู้บริสุทธิ์หรือกระดาษสีขาวก็ไม่ปาน และอีกทางมันก็ยังทำให้เห็นว่าสถานการณ์ต่าง ๆ ในเรื่องมันพร้อมแปดเปื้อนและพังทลายอย่างง่ายดายขนาดไหน เพียงมีปัจจัยที่เกินควบคุมเข้ามาสั่นคลอนบ้านกระดาษหลังนี้ ทั้งจากความผิดพลาดที่เกินควบคุมจากการกระทำของตัวละครที่ล้วนมีจุดบกพร่อง หรือความบังเอิญ ความฉลาดเฉลียวของฝั่งผู้ล่าอย่างตำรวจที่พร้อมไล่งับลงเขี้ยวสั่งสอนศาสตราจารย์ผู้โลกสวยอยู่ในโลกอุดมคติ และนั่นก็เป็นสูตรที่ได้ผลมาก ๆ ที่ทำให้ผู้ชมสนใจใคร่รู้เรื่องราวตลอดเวลาว่าแผนการนี้จะล้ำแค่ไหน และพวกเขาจะเอาตัวรอดได้ไหม

ต้องยอมรับว่าด้วยคาแรกเตอร์ความไม่แน่นอน เลือดร้อน อารมณ์แกว่งดุจระเบิดเวลาของ โตเกียว ตัวละครสาวผู้ใช้ชีวิตโลดโผนราวอยากวิ่งหาความตายเสมอจนกระทั่งแฟนหนุ่มโดนตำรวจยิงตายระหว่างปล้น ทำให้เธอมีความหวั่นไหวในใจที่คาดเดาการกระทำไม่ได้ ไม่รู้จะสติแตกไปตอนไหน ในขณะอีกตัวละครที่เด่นไม่แพ้กันคือ เบอร์ลิน คุณชายมาดผู้ดีหยิ่งศักดิ์ศรีแต่เลือดเย็นและขาดความเห็นใจในมนุษย์ ผู้ที่ศาสตราจารย์ไว้ใจให้เป็นผู้นำคณะปล้น ก็เป็นตัวละครที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้

เรื่องราวได้เยอะมากจากความที่ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ การยืนอยู่ปลายเหวของความรุนแรงและความเจ้าเล่ห์ตลอดเวลาไม่รู้จะข้ามเส้นสู่การนองเลือดเอาตอนไหนกันแน่ ทั้งสองคนนี้ที่เป็นตัวละครที่มีบุคลิกน่ามองตามกายภาพอยู่แล้ว คือสวยหล่อมีเสน่ห์ทั้งคู่ เมื่อยิ่งมีนิสัยโดดเด่นน่าสนใจด้วยแล้วยิ่งดึงสายตาผู้ชมได้ตลอด และในขณะที่ทั้งคู่ดูเป็นตัวที่พร้อมสั่นคลอนแผน แต่ก็มีความขัดแย้งในตัวที่เชื่อมั่นและศรัทธาในแผนการของศาสตราจารย์อย่างยิ่ง เรียกว่าเป็นหมากเด็ดที่คนเขียนบทเอามาใช้ทำให้ผู้ชมลุ้นได้ตลอดเวลาจริง ๆ

ในขณะที่ภายในโรงกษาปณ์เป็นเรื่องราวการงัดข้อกันระหว่างภายในกลุ่มโจร และระหว่างกลุ่มโจรกับตัวประกันที่บุคลิกหลากหลายทั้งน่าเอาใจช่วยทั้งน่าหมั่นไส้ ภายนอกโรงกษาปณ์ก็เป็นการวัดกึ๋นกันระหว่าง ศาสตราจารย์ ที่ต้องควบคุมสั่งการกลุ่มโจรให้ราบรื่น และปลอมตัวแนบเนียนเข้าใกล้เหล่าตำรวจเพื่อล้วงความคืบหน้าแบบรู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ซึ่งอีกฝั่งก็คือ สารวัตรราเกล สาวใหญ่หย่าสามีและมีลูกติดที่ต้องทำหน้าที่เจรจาและโดนศาสตราจารย์แผ้วเผาทำลายชีวิตของเธออยู่

ร่ำไป แต่ก็ยังไม่รู้ตัวว่าชายแปลกหน้าที่เข้ามาชนะใจเธอในช่วงนี้คือศาสตราจารย์ปลอมตัวมา เรียกว่าเธอคือเหยื่อที่โดนกระทำหนักสุดจากเรื่องราวทั้งหมด เรื่องราวรักหลายเส้าของเธอเองก็เป็นตัวแปรให้เรื่องราวซับซ้อนขึ้นเหมือนกัน ทั้งรองสารวัตรที่แอบรักเธอมาตลอดเป็นสิบปี หรืออดีตสามีที่ชอบทำร้ายเธอแต่ภาพลักษณ์ดีในที่ทำงาน โดยเฉพาะการเป็นหน่วยพิสูจน์หลักฐานมือหนึ่งที่ต้องใกล้ชิดเธอตลอด และสุดท้ายคือความวุ่นวายที่สุดเมื่อศาสตราจารย์ก็ตกหลุมรักสารวัตรสาวเข้าให้จนได้ ความสัมพันธ์แบบโกหกและอยู่ขั้วตรงข้ามกันก็เป็นอีกเรื่องราวให้ได้ลุ้นมาก ๆ

พูดถึงด้านโพรดักชัน ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าซีรีส์สเปนเรื่องนี้มีมาตรฐานที่สูงมากไม่เพียงเรื่องบทที่ซับซ้อนแต่ละเอียดตกหล่นทิ้งรอยโหว่ใหญ่ ๆ น้อยมาก สะท้อนการเตรียมตัวที่ดีของทีมงานที่เก่งและแข็งแกร่ง เอาอวดสายตาชาวโลกได้สบาย ถ้าซีรีส์บ้านเราอยากไปตีระดับโลกก็อาจจำเป็นต้องก้าวข้ามข้อจำกัดบางอย่างให้ได้แบบนี้จริง ๆ ซึ่งส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าตัวซีรีส์ได้การสนับสนุนที่ดีจากรัฐบาลอย่างน้อยที่สุดคือการไม่ขัดขวางการนำเสนอที่สุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคงเช่นนี้ นอกจากนั้นการสร้างโลเกชันรวมถึงการคิดรายละเอียดของพร็อพอย่างหน้ากาก ชุดคอสตูม อาวุธต่าง ๆ ต้องบอกว่าสร้างความน่าเชื่อถือให้เรื่องราวและเสริมจินตนาการผู้ชมให้สัมผัสความเท่ในทุกอณูเอามาก ๆ ด้วย

สรุป

สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู ก็แนะนำเลยว่าภาคปล้นโรงกษาปณ์นี้ ลงตัวที่สุดแล้วในซีรีส์ชุดนี้ ทั้งความใหม่อ่อนประสบการณ์ของทั้ง 2 ฝั่ง ความลงตัวของตัวละครต่าง ๆ ที่ขัดแย้งกันได้สนุกในหลายระดับ และการสรุปเรื่องราวที่น่าประทับใจจับใจคนดูสุด ๆ เรียกว่า 2 ซีซัน รวม 22 ตอนนั้น ดึงให้ดูรวดเดียวไม่หยุดได้ของจริงเลย ดูหนังออนไลน์

The Best Action Movies Every Serious Film

The Fugitive (1993)

The Fugitive (1993)

The Fugitive (1993) Why It’s Essential: The 90s were a colossal decade for thrill rides. However nothing very hit the statures of 1993’s The Fugitive regarding the decade’s contributions for “activity thrill rides.” Nominated for seven Oscars including Best Picture. This variation of a 1960s TV arrangement has no option to be on par with what it is. Yet it’s an ideal tempest of projecting and filmmaking that comes full circle in a remarkably fulfilling thrill ride that set a best quality level for the remainder of the decade.

Before thrill rides depended on realistic brutality or third demonstration turns to keep crowds drew in. They took care of business with ordinary narrating. And that is the place where The Fugitive dominates. The film is convincing on an unadulterated story viewpoint – an improperly sentenced man attempts to find his significant other’s executioner while being pursued by U.S. Marshals – however then you include the natural charm of Harrison Ford and Tommy Lee Jones (in an Oscar-winning job) and you end up understanding with both contradicting powers.

You are put resources into this story. Everything from the cinematography to James Newton Howard’s propulsive score drives this story forward, and that energy never comes to the detriment of character or plot. The story is spread out obviously and evidently. However something in the DNA of this film – all pieces cooperating in amicability – cements it as a notorious (and amazingly persuasive) activity spine chiller.

The General (1926)

34| The General (1926) - A-BELLAMY | วิจารณ์หนัง,รีวิวหนัง,วิเคราะห์หนัง

Every time Jackie Chan threw himself out a window. Each time Tom Cruise lashed himself to the side of a plane. Each time George Miller exploded a lot of oil big haulers in the desert no doubt. The apparition of Buster Keaton was there. Contemplating whether it very well may be slightly more risky. Keaton. Half-jokester, half-thrill seeker, all quiet time genius. Was a trailblazer of risking your body for your craft, and no place is that put to more apt—and amazingly costly—use than the 1926 satire, The General.

Working out as basically a 75-minute pursue scene. The Civil War-set film follows Keaton as train engineer Johnnie Gray seeking after Union troopers who seized a train – and Johnnie’s sweetheart Annabelle Lee (Marion Mack) alongside it. The two-way pursue permits Keaton to slither over. On top of, and—in one especially frightening piece of iconography—before the train. At one point throwing one railroad tie into another to clear the tracks. The focal point of the movie additionally incidentally turns out to be the most expensive quiet movie trick ever, as co-chiefs Keaton and Clyde Bruckman prepared six cameras on an entire ass steam train—not a model!— as it smashed through a severing tie and into the waterway beneath. Without metaphor. The reverberation of that crash can be heard in each activity film that is appeared since. movie hd