คุยยังไงให้รู้เรื่องกับ 5 วิธีเตรียมตัว ก่อนจ้างสถาปนิกให้ออกแบบบ้าน

คุยยังไงให้รู้เรื่องกับ
คุยยังไงให้รู้เรื่องกับ

คุยยังไงให้รู้เรื่องกับ 5 วิธีเตรียมตัว ก่อนจ้างสถาปนิกให้ออกแบบบ้าน หลายๆ คนที่กำลังมองหาสถาปนิกเพื่อมาช่วยออกแบบบ้านให้  ก็อาจจะมีข้อสงสัยว่าเราจะต้องคุยกันแบบไหน เพื่อให้สถาปนิกที่ทำงานด้วยเข้าใจสิ่งที่เราต้องการ ทั้งด้านการออกแบบบ้านให้เป็นไปตามที่เราฝันไว้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต และที่สำคัญคืออยู่ในงบประมาณที่เราตั้งเอาไว้ด้วย วันนี้เรามี 5 วิธีง่ายๆ ในการเตรียมตัวที่จะทำให้เพื่อนๆ คุยกับสถาปนิกรู้เรื่องกัน

เมื่อเราซื้อบ้านหรือคอนโดหรืออสังหาฯ เป็นของตัวเองแล้ว ก็ต้องการที่จะตกแต่งให้สวยงามตามที่เราต้องการใช่มั๊ยครับ ทีนี้เราก็ต้องจ้างสถาปนิก เพื่อให้เขาออกแบบให้เรา เราก็จะเห็นภาพรวมของบ้านเราทั้งหมด แต่กว่าจะหาสถาปนิกได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แถมระยะเวลาในการตกแต่งบ้านก็กินเวลาไปหลายเดือน ดังนั้นถ้าเราจะเลือกสถาปนิกที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ของเรา คุยง่าย สามารถปรับเปลี่ยนหรือครีเอทบ้านของเราได้ดี ก็จะทำให้เราแฮปปี้ตั้งแต่เริ่มงาน ไม่ต้องมานั่งปวดหัวแก้ปัญหาต่างๆ ให้เสียเวลา โดยวันนี้เราแบ่งอออกเป็น 5 วิธีในการเตรียมตัวก่อนจะจ้างสถาปนิกให้ออกแบบบ้าน จะมีอะไรบ้างไปดูกันค้าบบบ

1. เลือกสถาปนิกผู้ออกแบบ

2. เตรียมบรีฟให้ผู้ออกแบบ

3. เตรียมงบประมาณและค่าใช้จ่ายต่างๆ

4. ตกลงเรื่องระยะเวลาการทำงาน

5. สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน รับออกแบบบ้าน

มีสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัยที่ไม่เหมือนใคร 5 สไตล์ที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการของชีวิต

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านสไตล์โมเดิร์น คือบ้านประเภทหนึ่งที่ไม่ได้กำหนดหรือกำหนดไว้ว่าเป็นบ้านที่ตกแต่งในรูปแบบและสไตล์ใด ตรงกันข้ามเป็นสไตล์การตกแต่งบ้านที่ผสมผสานระหว่างการตกแต่งบ้านในอดีตที่นิยมและการตกแต่งบ้านสมัยใหม่เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสไตล์การตกแต่งบ้านที่ผสมผสานเสน่ห์ของความเก่าและความใหม่ได้อย่างลงตัวบ้านสไตล์การตกแต่งแบบใดจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับการตกแต่งบ้านเดิมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่เน้นการตกแต่งที่เรียบง่ายผสมผสานกับวัสดุธรรมชาติ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติในบ้าน
บ้านสไตล์โมเดิร์น

5 การตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว สวยคลาสสิก

การแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นการผสมผสานระหว่างรูปแบบในอดีตและปัจจุบัน การใส่ใจในรายละเอียดและฟังก์ชั่นก็เหมือนกับบ้านสไตล์โมเดิร์นสไตล์โมเดิร์น แต่บ้านสไตล์โมเดิร์นจะเน้นการตกแต่งที่เสริมสร้างชีวิตและความรู้สึกของชีวิต นอกเหนือจากการตกแต่งบ้านสมัยใหม่แล้วยังมีรายละเอียดอื่น ๆ อีกมากมายตัวอย่างเช่นการออกแบบหลังคาของบ้านร่วมสมัยที่ดีที่สุดคือใช้หน้าจั่วหรือหลังคาคลุมแทนหลังคาแบนที่ทันสมัย โทนสีหลังคาที่ใช้คือสีเข้มหรือสีอ่อนไม่มีจุดสว่าง นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มภาพลักษณ์ที่สง่างามของบ้านสมัยใหม่
เสน่ห์ธรรมชาติ
บ้านสไตล์ร่วมสมัยจะมีการนำวัสดุที่มีความเป็นธรรมชาติอย่าง “ไม้” มาใช้ในการตกแต่งบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้เพื่อตกแต่งเป็นส่วนประกอบภายในบ้านตามอาคาร หรืออาจเป็นรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์จากไม้ธรรมชาติที่นำมาใช้ตกแต่งภายในบ้านก็ได้เช่นกัน ซึ่งวัสดุประเภทไม้ ไม่ว่าจะเป็นไม้จริงหรือไม้เทียม ก็เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่เหมาะสมกับการตกแต่งบ้านสไตล์ร่วมสมัยในแต่ละยุค เนื่องจากบรรยากาศของการตกแต่งบ้านสไตล์นี้จะเน้นความอบอุ่นและชวนผ่อนคลายมากกว่าการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นในปัจจุบันที่เน้นความทันสมัยจากการใช้วัสดุสมัยใหม่มากกว่า จึงทำให้การแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary เป็นรูปแบบที่ผสมผสานเสน่ห์แห่งธรรมชาติไว้ในการอยู่อาศัยอย่างลงตัว อีกทั้งยังนิยมสร้างบรรยากาศโดยรอบบ้านและภายในบ้านให้มีความเป็นธรรมชาติ ด้วยการจัดสวนปลูกต้นไม้เพิ่มความร่มรื่นมากยิ่งขึ้น
ผสานการใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น
การตกแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary ที่โดดเด่นไปด้วยความร่วมสมัยของประเทศไทยจะมีการหยิบนนำวัสดุที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นมาผสมผสานเข้ากับการตกแต่งบ้านให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งในแต่ละภูมิภาคก็จะมีวัสดุที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ อาทิเช่น
  • วัสดุไม้ ประเทศไทยในอดีตมีทรัพยากรทางธรรมชาติอย่าง ป่าไม้ ค่อนข้างมาก จึงทำให้การก่อสร้างบ้านในสมัยก่อนนิยมนำไม้มาใช้เป็นองค์ประกอบหลักของตัวบ้านและงานตกแต่ง ซึ่งในแต่ละท้องถิ่นก็จะมีวัสดุไม้ที่มีชนิดแตกต่างกันออกไปทั้งไม้เนื้ออ่อนและไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้เต็งรัง เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้มีความอบอุ่น ผ่อนคลาย และเป็นธรรมชาติมากขึ้นแล้ว การตกแต่งบ้านด้วยวัสดุไม้ยังช่วยเพิ่มความสวยงามคลาสสิกให้บ้านมีความร่วมสมัยที่ชวนมองมากยิ่งขึ้น
  • อิฐมอญ หนึ่งในวัสดุท้องถิ่นที่มีการผลิตและถูกนำมาใช้งานในการก่อสร้างบ้านอย่างแพร่หลายตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นวัสดุที่ทำขึ้นจากดินเหนียวผสมแกลบ โดยนำมาเผาในอุณหภูมิสูงเพื่อเซ็ตดินให้มีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถใช้งานได้ยาวนาน นิยมนำมาใช้งานประกอบเป็นโครงสร้างหลักในส่วนผนังของบ้านและอาคารก่อนที่จะฉาบปูนและทาสีตกแต่งผนังให้สวยงาม แต่ในปัจจุบันมีการเผยผิวสัมผัสธรรมชาติเพื่อให้เห็นเนื้อแท้ของวัสดุมากยิ่งขึ้นโดยการโชว์ผนังก่ออิฐในแบบสไตล์ลอฟท์ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับบ้านสไตล์ร่วมสมัยได้เช่นเดียวกัน
สอดแทรกภูมิปัญญาไทย
เสน่ห์ของการแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary ที่มีความร่วมสมัยไม่ได้มีเพียงการเลือกใช้วัสดุที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นและนำมาตกแต่งใหม่จนสวยงามเท่านั้น แต่การแต่งบ้านสไตล์นี้ยังมีการสอดผสานแนวคิดทางภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้าไว้ในการออกแบบตกแต่งอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของงานฝีมือที่สอดแทรกอยู่ในงานของช่างไม้ในแต่ละพื้นที่ซึ่งมีกลิ่นอายที่แตกต่างกัน ตลอดจนถึงงานจักสานเครื่องหวายเป็นเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งภายในบ้าน หรือขั้นตอนในการออกแบบก่อสร้างและตกแต่งบ้านที่มีสไตล์ไม่ซ้ำกันในแต่ละท้องถิ่น ก็ล้วนเป็นภูมิปัญญาไทยที่ผสานอยู่ในการแต่งบ้านสไตล์นี้ได้อย่างงดงามลงตัว
รายล้อมด้วยบรรยากาศอบอุ่นชวนผ่อนคลาย 
บ้านสไตล์ร่วมสมัยเป็นบ้านที่ได้รับการตกแต่งให้มีบรรยากาศอบอุ่น ชวนผ่อนคลาย และเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยในแต่ละวันมากยิ่งขึ้น โดยการเลือกใช้โทนสีภายในบ้านที่มีความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติมากที่สุด อย่างโทนสีเทา ครีม ขาว เอิร์ธโทน หรือน้ำตาลอ่อนที่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัว เพื่อให้บรรยากาศภายในบ้านมีความสบายตา คงความเรียบง่าย แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ทันสมัยไปพร้อมกัน และด้วยการตกแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary ที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปทางใดทางหนึ่ง จึงทำให้การแต่งบ้านสไตล์นี้สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ในแต่ละยุคสมัยได้อย่างหลากหลาย และสามารถนำมาใช้ตกแต่งบ้านให้สวยงามน่าอยู่ได้อย่างร่วมสมัยโดยไม่ทำให้รู้สึกเชยเกินไป  สถาปนิก

บ้าน ควรจะสร้างเพื่อความสุขตามอัตภาพของผู้อยู่อาศัยสัมผัสธรรมชาติ

บ้าน
บ้าน

บ้าน ควรจะสร้างเพื่อความสุขตามอัตภาพของผู้อยู่อาศัยสัมผัสธรรมชาติ ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ในการออกแบบบ้านสิ่งที่สำคัญ ในการออกแบบบ้านสิ่งที่สำคัญในการนำมาพิจารณา ก็มีอยู่หลายประการ ดังนี้

1. การจัดพื้นที่เป็นสัดส่วน การจัดพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นสัดส่วนสามารถลดปัญหาขัดแย้งภายในบ้านได้เช่น การฟังเพลง การดูโทรทัศน์ การทำการบ้าน การนอน การทานอาหาร การทำครัว การสังสรรค์ หรือประหยัดพลังงานเมื่อใช้เครื่องปรับอากาศ หรือป้องกันเสียง และกลิ่นรบกวน หรือป้องกันยุง

2. แสงธรรมชาติ การจัดให้ทุกพื้นที่ได้รับแสงธรรมชาติ ช่วยสร้างให้เกิดบรรยากาศที่น่า แสงธรรมชาติควรจะมาจาก ส่วนบนของห้อง จะทำให้การกระจายแสงดี และแสงไม่จ้า ดังนั้น สีของเพดานจึงควรจะเป็นสีออกสว่าง ส่วนสีผนัง หากใช้สีสว่างเกินไปจะจ้า จึงควรคล้ำลงบ้าง

3. การระบายอากาศ ห้องที่ควรจะใช้หลักการระบายอากาศตามธรรมชาติ ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องทานอาหาร ห้องพักผ่อน เป็นต้น

4. การปรับอากาศ ห้องนอนซึ่งเป็นห้องที่คนใช้เวลาอยู่มากที่สุด ใช้เครื่องปรับอากาศกันเป็นส่วนใหญ่ ห้องนอนจึงต้องออกแบบให้มีสภาพของห้องเย็น คือมีฉนวนป้องกันความร้อนอย่างดี จึงจะใช้เครื่องปรับอากาศเล็กนิดเดียว แล้วจะได้ไม่เปลืองไฟ ตำแหน่งของเครื่องระบายความร้อน ต้องไม่รบกวน และไม่นำความร้อนกลับเข้ามา ส่วนของเครื่องเป่าลมเย็น จะต้องไม่เป่าโดนตัวให้การกระจายลมดี และทำความสะอาดได้ง่าย
5. การป้องกันเสียง เสียงรบกวนมักจะมาจาก เสียงรบกวนจากข้างบ้าน จากถนน กิจกรรมในบ้าน เครื่องระบายความร้อน ห้องน้ำ ดังนั้น จึงควรป้องกันเสียงจากที่ต่างๆนี้ เช่น การใช้หน้าต่าง ที่ไม่เปิดรับเสียงรบกวนจากภายนอกโดยตรง, การจัดแบ่งพื้นที่การใช้งานให้เป็นสัดส่วน, การกั้นผนังห้องน้ำยันพื้นเพดาน และใช้ประตูทึบ, การกั้นผนังห้อง การตั้งเครื่องระบายความร้อน ไม่ให้เสียงรบกวนบ้านของตัวเอง และบ้านของคนอื่น

 

คุณลักษณะของบ้านที่ดี

 

บ้าน ที่ดีควรจะมีลักษณะอย่างไร? คำถามนี้สำหรับบางคนอาจจะตอบได้อย่างรวดเร็วโดยแทบไม่ต้องคิดเลยว่าบ้านที่ ดีควรจะเป็น บ้านที่มี ขนาดใหญ่โต ออกแบบไว้อย่างหรูหรา และมีราคาแพง อันที่จริงคำตอบเช่นนี้ก็คงมีส่วนถูกอยู่บ้างสำหรับบางมุมมองหรือ สำหรับบางคน แต่คงไม่ถูกต้องเสมอไปสำหรับทุกคน เพราะบ้านหลังใหญ่ก็ย่อมจะมีปัญหาด้านการดูแลรักษาเป็นธรรมดา บ้านที่หรูหราเกินไปอาจจะไม่ตรงกับรสนิยมของบางคน ซ้ำร้ายยังอาจเป็นเครื่องล่อตาล่อใจบรรดาโจรขโมยได้เป็นอย่างดี
ส่วนบ้านที่มีราคาแพง ก็อาจจะเกิดจากผู้ขาย หรือผู้รับเหมาต้องการกำไรสูงๆ มากกว่าการที่จะได้บ้านดีสมราคาก็เป็นไปได้เช่นกัน ถ้าเช่นนั้นแล้วบ้านที่ดีควรจะเป็นอย่างไร บ้านแบบไหนจึงจะเรียกได้ว่าเป็นบ้านที่ดีสำหรับทุก ๆ คนโดยไม่ขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เรามาลองพิจารณา ถึงคุณลักษณะของบ้านที่คิดว่าน่าจะเป็นบ้านที่ดีสำหรับทุกคน แล้วลองถามตนเองดูว่าเห็นด้วยกับสิ่งเหล่านี้หรือไม่ บ้านที่ดีจะต้องประกอบด้วย คุณลักษณะพื้นฐานอย่างน้อย 4 ประการ ดังต่อไปนี้

1. มีความสวยงามเรียบร้อย

2. มีความมั่นคงแข็งแรง

3. ให้ประโยชน์ใช้สอยได้ดี

4. บำรุงรักษาง่าย

 

จากคุณลักษณะทั้ง 4 ประการดังกล่าว จะเห็นได้ว่าบ้านที่ดีอย่างน้อยควรมีลักษณะที่สอดคล้องกับ ความต้องการพื้นฐานของคน ทั่วๆ ไป กล่าวคือ สามารถให้ความสุข และความสะดวกสบายแก่ผู้อยู่อาศัยโดยมิได้ขึ้นกับ ขนาด ความหรูหราหรือราคาเท่านั้น เพราะสิ่ง เหล่านี้ ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะก่อให้เกิดความสุข และความพอใจแก่ผู้อยู่อาศัยได้เสมอไป และการที่คุณลักษณะของบ้านที่ดีทั้ง 4 ประการนี้ จะเกิดขึ้นได้นั้นย่อมต้องเริ่มจากขั้นตอนการปลูกสร้างบ้านอย่างมีคุณภาพแล้วทำอย่างไรจึงจะสามารถสร้างบ้านที่มีคุณภาพเพื่อให้ ได้บ้าน ที่ดีตามคุณลักษณะข้างต้นได้ เรามาลองพิจารณาถึงองค์ประกอบที่สำคัญอันจะส่งผลต่อคุณภาพของบ้านในหัวข้อต่อไป
องค์ประกอบที่มีผลต่อคุณภาพของบ้าน

คุณภาพของบ้านจะต้องเกิดจากองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ประการดังนี้

1. การออกแบบ

การออกแบบถือเป็นจุดเริ่มต้น และเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างบ้าน เพราะแบบบ้านจะเป็นสิ่งที่ระบุถึงรูปร่างหน้าตา และขนาด ของบ้าน โครงสร้างตั้งแต่การลงเสาเข็มรวมทั้งการวางเสา และคาน ตลอดจนถึงการกำหนดข้อมูลจำเพาะต่าง ๆ (specification) และวัสดุที่จะนำมาใช้ การสร้างบ้านจะต้องยึดถือข้อกำหนด และรายละเอียดต่างๆ ที่ปรากฎในแบบเป็นพื้นฐาน ถ้าการออกแบบไม่ดีหรือการให้ข้อกำหนดในแบบผิดพลาด บ้านที่ออกมาก็จะผิดพลาดตามแบบไปด้วย

 

เช่น การกำหนดเหล็กเส้นผิดขนาด การกำหนดเสาเข็มผิด ขนาด การออกแบบเสา และคานที่ไม่สัมพันธ์กับ การรับน้ำหนัก เป็นต้น ข้อผิดพลาดเหล่านี้อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวบ้านได้ ทั้งในด้านของรูปแบบ โครงสร้าง และความแข็งแรง อีกทั้งการแก้ไขในภายหลังก็อาจกระทำได้ลำบาก จึงควรมีการศึกษาแบบบ้านให้รอบ คอบก่อน การสร้างบ้าน หรืออย่างน้อยก็ควรจะใช้ แบบบ้านของผู้ออกแบบ ที่ผลงานมีมาตรฐาน และได้รับความเชื่อถือใน การสร้างบ้านมาก่อน

2. การเลือกใช้วัสดุ

วัสดุที่ใช้ในการสร้างบ้านนับว่ามีความสำคัญต่อตัวบ้านควบคู่กันกับการออกแบบบ้านเลยทีเดียว เพราะในแบบบ้านแต่ละ ฉบับจะมีการระบุถึงวัสดุที่เกี่ยวข้องเกือบทั้งหมดอยู่แล้ว ยกเว้นเพียงวัสดุในแง่ของความสวยงามบางอย่างเท่านั้นซึ่งอาจละไว้ให้เจ้าของบ้าน ระบุเพิ่มเติมเองในภายหลัง วัสดุที่ใช้จะมีผลต่อคุณภาพของบ้านโดยตรง ดังนั้นการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพย่อมส่งผลให้บ้านนั้นมีความมั่นคงแข็งแรง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ไม่ต้องซ่อมแซมกับบ่อย ๆ ในภายหลัง

 

โดยเฉพาะวัสดุที่ต้องติดตรึงเข้ากับตัวอาคาร หรือเป็นส่วนหนึ่งของตัวอาคาร หรือสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ยากในภายหลัง ควรจะมีการศึกษา และพิจารณากันเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น การเลือกชนิดของท่อน้ำประปา ท่อร้อยสายไฟ บ้านพับประตู ลูกบิดประตู วัสดุทำหลังคา และฝ้าเพดาน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถ้าเจ้าของบ้านมีโอกาสได้ศึกษาหาข้อมูล และมีโอกาสได้เลือกหรือมีส่วนร่วมในการกำหนดก็จะเป็นประโยชน์มาก เพราะจะช่วยให้บ้านที่ปลูกนั้นให้ประโยชน์ใช้สอยได้เต็มที่ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย อีกทั้งมีอายุการใช้งานที่ยาวนานด้วย

3. ขั้นตอน และกรรมวิธีการปลูกสร้าง

ขั้นตอนและกรรมวิธีการปลูกสร้างนับเป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งซึ่งหลายคนอาจมองข้ามหรือไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ ควรเพราะคิดว่า ทุกอย่างถ้าทำตามแบบก็น่าจะเพียงพอแล้ว อันที่จริงแม้ว่าบ้านจะออกแบบไว้ดีเพียงใดหรือเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพดีขนาดไหนก็ตาม ถ้าขั้นตอนหรือกรรมวิธีการปลูกสร้างทำได้ไม่ถูกต้องก็อาจจะก่อให้เกิดผลเสียอย่างรุนแรงต่อบ้านหลังนั้นได้ เช่น การผสมคอนกรีต ไม่ถูกส่วน การเชื่อมรอยต่อของเหล็กโครงหลังคาไม่แน่นหนา การให้พื้นรับน้ำหนักขณะที่คอนกรีตที่ใช้เทพื้นยังแข็งตัวไม่เต็มที่ การทาสี โดยไม่ทำความสะอาดพื้นผิวเสียก่อน ฯลฯ

 

เหล่านี้ล้วนมีผลต่อคุณภาพของบ้านทั้งสิ้นทั้งในแง่ของการใช้งาน และความสวยงามการป้องกันปัญหาเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้นเลยนั้นมักกระทำได้ยาก เพราะต้องอาศัยการควบคุมดูแลจากหลายฝ่ายอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง เป็นระยะเวลายาวนาน นับตั้งแต่เริ่มปลูกบ้านจนกระทั่งแล้วเสร็จ แต่การลดปัญหาดังกล่าวก็อาจทำได้โดยการเลือกผู้รับเหมาที่มีความชำนาญงาน และไว้ใจได้ ในขณะเดียวกันเจ้าของบ้านก็ควรศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้บ้างหรืออย่างน้อยก็ควรจะสละเวลาไปตรวจสอบดูแลการปลูกสร้างบ้าน สิ่งเหล่านี้ถึงแม้จะก่อให้เกิดความลำบาก และเสียเวลาบ้างในช่วงแรก แต่ถ้าได้บ้านที่เรียบร้อยและมีคุณภาพตามที่คาดหวังไว้แล้วผู้อยู่อาศัยก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุขไปได้อีกนานเท่านาน

4. ฝีมือช่าง

บ้านที่ปลูกสร้างได้อย่างสวยงามมีความประณีตเรียบร้อยย่อมจะเป็นที่ตรึงตาตรึงใจแก่ผู้พบเห็นหรือผู้มาเยือน และสร้างความสุข ความภูมิใจใ ห้แก่เจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัย การสร้างบ้านแต่ละหลังจำเป็นต้องใช้ความรู้ทั้งทางด้านเทคนิค และศิลปะควบคู่กันไป หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ต้องมีทั้งศาสตร์ และศิลป์ผสมผสานอยู่ด้วยกัน บ้านที่ขาดประณีตศิลป์ ในการปลูกสร้าง อาทิ การปูกระเบื้อง ที่ไม่ได้แนว หรือเว้นห้องห่างเกินไป การก่อผนังที่ไม่ได้ฉากหรือผนัง มีลักษณะเป็นคลื่นเป็นลอน การทำร่องประตู หรือหน้าต่างใหญ่เกินไป การติดตั้ง ดวงโคมเอียง หรือไม่ได้แนว เป็นต้น จริงอยู่ถึง แม้ว่าสิ่งเหล่านี้ จะยังคงสามารถ ใช้งานได้ แต่บ้านที่ได้ก็ ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็น บ้านที่สมบูรณ์เรียบร้อย ทำให้เจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัย อาจจะยังมีความขัดข้องใจแฝงอยู่

การป้องกันปัญหาเหล่านี้เจ้าของบ้านสามารถทำได้โดยการหาโอกาสศึกษาจากตัวอย่างบ้านที่ปลูกเสร็จแล้วหลาย ๆ หลังแล้ว นำมา เปรียบเทียบกัน และปรึกษากับผู้รับเหมาถึงรายละเอียดต่างๆในจุดที่ต้องการ เพื่อให้การปลูกสร้างบ้านกระทำอย่างระมัดระวังยิ่ง ขึ้นซึ่งจะช่วยแก้ หรือลดปัญหาเหล่านี้ได้ ถ้าปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อนแล้วจึงคิดแก้ไขภายหลังก็อาจจะเหลือวิธีแก้ปัญหาเพียงวิธีเดียว เท่านั้นนั่น คือ การทำใจให้ยอมรับสภาพบกพร่องที่เกิดขึ้น

ที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นแนวทางให้ได้ทราบว่า บ้านที่ดีหรือบ้านที่มีคุณภาพดีควรจะมีคุณสมบัติอย่างไร บ้านที่ดีเกิดจาก องค์ประกอบ อะไรบ้าง ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านหรือผู้อ่านมองเห็นภาพของการปลูกสร้างบ้านได้กว้างขึ้น และเพื่อเป็นแนวทาง พิจารณาถึง ความต้องการ ของแต่ละคนว่าต้องการจะได้บ้านอย่างไร และทำอย่างไรจึงจะได้ผลตามที่ต้องการนั้น เพราะการปลูกบ้าน หรือ ซื้อบ้าน แต่ละหลังอาจจะหมายถึง การใช้เงินทองที่เก็บสะสม มาทั้งชีวิต และบ้านก็อาจเป็นถาวรวัตถุอันมีค่าที่จะอยู่กับเราไปตราบ ชั่วชีวิต ฉะนั้นการเตรียมการให้พร้อม และเข้าไปมีส่วนร่วมในขั้นตอนต่างๆ เท่าที่โอกาสจะอำนวยย่อมจะช่วยให้บ้านอันมี ค่าเสร็จสมบูรณ์ และได้ผลดังใจปรารถนา รับออกแบบบ้าน

สถาปนิกออกแบบบ้าน เงินเดือนเท่าไร? ดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างให้เรียบร้อย

สถาปนิกออกแบบบ้าน
สถาปนิกออกแบบบ้าน

สถาปนิกออกแบบบ้าน บุคคลที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเหมือน แพทย์ ทนาย ครู และวิศวกร มีทั้งสถาปนิกอิสระ (Freelance) และบริษัทสถาปนิก หน้าที่หลักคือ ออกแบบบ้านตามโจทย์ที่ได้รับจากเจ้าของบ้านผนวกกับพื้นฐานการออกแบบสถาปัตยกรรม โดยคำนึงถึงฟังก์ชั่นการใช้งานควบคู่ไปกับความสวยงาม นอกจากนี้ยังต้องติดต่อประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ทั้งวิศวกร มัณฑนากร ช่างเขียนแบบ จัดทำแบบก่อสร้างและเอกสาร BOQ สำหรับนำไปประกวดราคาคัดเลือกผู้รับเหมา และอาจรวมถึงดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างให้เรียบร้อย

และถ้าจะถามว่า อาชีพ สถาปนิก ได้เงินเดือนเท่าไหร่? รุ่นพี่และสถาปนิกมืออาชีพที่ทำงานแล้วต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องดูที่ประสบการณ์การทำงานเหมือนกับตำแหน่งงานอื่นๆ เพราะงานด้านนี้เป็นลักษณะงานศิลป์ คิดจิตนาการ ด้านโครงสร้าง และสถาปัตยกรรมของอาคารรูปแบบต่างๆ เกี่ยวข้องกับชีวิตและสิ่งแวดล้อม สถาปนิกจึงเป็นอีกอาชีพที่ต้องมีความรับผิดชอบสูงมากและใช้ประสบการณ์ในการทำงานพอสมควร งานสถาปนิก
สถาปนิกออกแบบบ้านโดยทั่วไป มี 2 ลักษณะ คือ สถาปนิกออกแบบโครงสร้าง และ สถาปนิกออกแบบภายใน architect interior เป็นลักษณะงานออกแบบ และ วางแผน ในการก่อสร้าง คิดริเริ่ม พัฒนาต่อยอด ต้องสะสมประสบการณ์ ไม่ง่ายนักที่ทุกคนจบสถาปนิกมาแล้วจะสามารถทำได้ ผลงานขายออกได้เลย ถ้าไม่มีหัวไปทางด้านศิลป์ และคิดนอกกรอบ การทำงานเป็นสถาปนิกก็ถือเป็นงานท่ี่ยาก แน่นอนสถาปนิกออกแบบต้องคู่กับการเขียนแบบบางคนบางบริษัทต้องทำทั้ง 2 อย่างในคนๆ เดียวเพื่อปิดโปรเจ็คนั้น

สถาปนิกบางคนถนัดอย่างใดอย่างหนึ่ง บางคนถนัดออกแบบอย่างเดียวไม่ชอบการเขียนแบบ แต่ถ้าออกแบบผลงานยังไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ก็ต้องฝึกหาประสบการณ์ไปเรื่อยๆ บางคนต้องไปทำงานเขียนแบบไปก่อน เพราะงานเส้นสาย Draw เห็นงานที่ต่อยอดจากการออกแบบมาแล้ว แต่ก็ต้องใช้ประสบการณ์เกี่ยวกับเขียนแบบโดยส่วนมากนักศึกษาจบใหม่สามารถทำได้เกือบทุกคน  เพราะฉนั้นอาชีพสถาปนิก เงินเดือน ก็แตกต่างกันไปตามผลงาน หน้าที่รับผิดชอบ

เงินเดือนสำหรับงานสถาปนิกออกแบบบ้านอาคาร
– สถาปนิกจบใหม่ ส่วนมากเริ่ม 15,000+ (จบใหม่เริ่มทำงานจริงผู้ประเมิณงานก็จะรู้ว่าผู้ประเมิณถนัดด้านไหนกว่ากัน ถ้าผลงานเข้าตาก็อาจจะมีการปรับเงินเดือนตามโครงสร้างหน่วนงานนั้น)
– สถาปนิก มีประสบการณ์ 1 ปี 18,000-25,000
– สถาปนิก มีประสบการณ์ 2-3 ปี 25,000-30,000 มีหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้น
– สถาปนิก มีประสบการณ์ 3 ปีขึ้นไป 30,000-50,000 มีหน้าที่รับผิดชอบงานโปรเจ็ค ผู้จัดการ (เมื่อมีผลงานที่น่าสนใจถ้าสามารถอยู่บริษัทใหญ่ มีหน้าที่รับผิดชอบบริหารจัดการ เงินเดือน 100,000++)

คุณสมบัติสถาปนิก ต้องการปรับเงินเดือน
– ออกแบบได้ตามบริษัทและลูกค้าต้องการ
– ออกแบบตามต้องการ เขียนแบบได้
– ออกแบบตามต้องการ เขียนแบบ พรีเซ็นงานได้ มีความรอบรู้เรื่องวัสดุ
– ออกแบบตามต้องการ เขียนแบบ พรีเซ็นงานได้ ตรวจดูงานลงพื้นที่ เรื่องเอกสาร รับออกแบบบ้าน

Pros of hiring a contractor What are the advantages? It is very interesting.

Pros
Pros

Pros of hiring a contractor What are the advantages? It is very interesting. As for the advantages of hiring a contractor, it has its strengths. That is different from buying a prefabricated house For example

– Residents can expand more flexibly without high cost. But if choosing a house project, the residents have to pay separately for hiring other than the house price

– Residents can negotiate the price as appropriate. Unlike prefabricated houses we are not entitled in this field.

– Residents can check work at any time. Including choosing quality building materials to build a strong house Durable and beautiful

– Residents benefit in terms of prices because they are not very high. In particular, the contract will combine both wages and construction materials, allowing the residents to control their budget.

– Residents have the opportunity to adjust or correct work when errors occur immediately, such as cracked walls, floor tiles, falling off, etc.

– Residents get to live faster Because building a house in the form of a contractor, an expert technician will speed up to reduce costs, especially wages, as well as being able to create new jobs as well.

Therefore, the benefit of hiring a contractor Make the living both the employer and the employer receive the same benefits. Especially in the dimensions of building a good house Beautiful and safe รับออกแบบบ้าน

สถาปนิกออกแบบ ลิขสิทธิ์แบบบ้าน เป็นของใคร กลายเป็นประเด็นถกเถียงกัน

สถาปนิกออกแบบ
สถาปนิกออกแบบ

สถาปนิกออกแบบ ลิขสิทธิ์แบบบ้าน เป็นของใคร กลายเป็นประเด็นถกเถียงกัน ไม่ว่าจะถกเถียงกันอย่างไร บ้านไอเดียมีคำตอบ ระหว่าง สถาปนิกผู้ออกแบบบ้าน VS เจ้าของบ้าน ถึงสิทธิความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่แท้จริงว่าเป็นของใคร หากมองในมุมเจ้าของบ้านย่อมคิดว่า ในเมื่อว่าจ้างมาแล้ว จ่ายเงินให้แล้ว ลิขสิทธิ์ย่อมเป็นของเจ้าของบ้าน จะนำแบบบ้านไปทำอะไรก็ย่อมได้ ส่วนในมุมสถาปนิกผู้ออกแบบอาจไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะบ้านที่เจ้าของบ้านว่าจ้างให้ออกแบบ ออกแบบให้กับผู้ว่าจ้างก็จริง แต่ก็ออกแบบเพื่อใช้สร้างบ้านหลังนั้นเพียงหลังเดียว เจ้าของบ้านไม่มีสิทธิ์ที่จะนำแบบชุดนี้ไปแจกจ่ายหรือใช้สร้างในที่อื่น ๆ ไม่ว่าจะถกเถียงกันอย่างไร บ้านไอเดียมีคำตอบให้

ก่อนทำความเข้าใจกับงานลิขสิทธิ์หรืองานใด ๆ ที่มีผลต่อกฎหมาย จำเป็นต้องเปิดอ่าน พรบ.ต่าง ๆ ที่กฎหมายได้ว่าไว้ สำหรับงานลิขสิทธิ์สถาปัตยกรรม บทกฎหมายจะเป็นไปตาม พระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ผู้เขียนขอหยิบยกบทสรุปมาบางวรรคตอน เพื่อให้เข้าใจกันง่ายยิ่งขึ้น มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“ผู้สร้างสรรค์” หมายความว่า ผู้ทำหรือก่อให้เกิดงาน โดยความคิดริเริ่มของตนเอง

“ลิขสิทธิ์” หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะกระทำใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น

(๔) งานสถาปัตยกรรม ได้แก่ งานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง งานออกแบบตกแต่งภายใน หรือภายนอก ตลอดจนบริเวณของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรค์หุ่นจำลองของอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้า

“งานแพร่เสียงแพร่ภาพ” หมายความว่า งานที่นำออกสู่สาธารณชนโดยการแพร่เสียงทางวิทยุกระจายเสียง การแพร่เสียงและหรือภาพทางวิทยุโทรทัศน์ หรือโดยวิธีอย่างอื่นอันคล้ายคลึงกัน

“ทำซ้ำ” หมายความรวมถึง คัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึก เสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพจากต้นฉบับ จากสำเนา หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็น สาระสำคัญ ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

“ดัดแปลง” หมายความว่า ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมหรือจำลองงานต้นฉบับ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

มาตรา ๘ งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ๑๒ กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นย่อมมีลิขสิทธิ์ในงาน ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการจ้างหรือตามคำสั่งหรือในความควบคุมของตน เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็น อย่างอื่น

มาตรา ๑๓ ภายใต้บังคับ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และ มาตรา ๑๒ เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมี สิทธิแต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้

(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง

(๒) นำออกโฆษณา

(๓) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น

(๔) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (๑) หรือ (๒) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดด้วย หรือไม่ก็ได้

มาตรา ๑๔ ในกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้อนุญาตให้ผู้ใดใช้สิทธิตาม มาตรา ๑๓ (๔) ถ้ามิได้ตกลงเป็นหนังสือกำหนดเงื่อนไขอย่างใดโดยเฉพาะ ให้ถือว่าเป็นการอนุญาตให้ใช้สิทธิ นั้นโดยไม่ตัดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นอีก

มาตรา ๑๖ ภายใต้บังคับ มาตรา ๑๘ และ มาตรา ๑๙ ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ให้มีอยู่ตลอดอายุ ของผู้สร้างสรรค์ และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย

  • ในกรณีที่มีผู้สร้างร่วม ลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าวให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ร่วมและมีอยู่ต่อไป อีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย
  • ถ้าผู้สร้างสรรค์หรือผู้สร้างสรรค์ร่วมทุกคน ถึงแก่ความตายก่อนที่ได้มีการโฆษณางานนั้นให้ลิขสิทธิ์ ดังกล่าวมีอยู่เป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณา
  • ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล ให้ลิขสิทธิ์มีอยู่เป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ ขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบ ปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

มาตรา ๒๐ ลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการจ้างหรือตามคำสั่งหรือในความควบคุมตาม มาตรา ๑๒ ให้มีอยู่เป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นใน ระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอยู่เป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

มาตรา ๒๒ เมื่ออายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ครบกำหนดในปีใดถ้าวันครบกำหนดอายุแห่งการคุ้มครอง ลิขสิทธิ์ไม่ตรงกับวันสิ้นปีปฏิทิน หรือในกรณีที่ไม่อาจทราบวันครบกำหนดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ที่แน่นอนให้ลิขสิทธิ์ยังคงมีอยู่ต่อไปจนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีนั้น

มาตรา ๒๔ การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้แก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

(๑) ทำซ้ำ หรือดัดแปลง

(๒) นำออกโฆษณาโดยมิได้รับอนุญาต ตาม มาตรา ๑๓

มาตรา ๒๗ ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด แก่งานนั้นดังต่อไปนี้

(๑) ขาย ให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอขาย เสนอให้เช่า หรือเสนอให้เช่าซื้อ

(๒) นำออกโฆษณา

(๓) แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย แก่เจ้าของลิขสิทธิ์

(๔) นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการใด ๆ นอกจากเพื่อใช้เป็นการส่วนตัว ให้ถือว่าผู้นั้น กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย

มาตรา ๒๘ ในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่างานที่มีการฟ้องร้องในคดีเป็นงานอันมี ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ และโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าว เว้นแต่จำเลยจะโต้แย้งว่า ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์

  • งานใดมีชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อของบุคคลใด ที่อ้างว่าคนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แสดงไว้ ให้สันนิษฐานไว้ ก่อนว่าบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อนั้นเป็นผู้สร้างสรรค์
  • งานใดไม่มีชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อแสดงไว้ หรือมีชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อแสดงไว้ แต่มิได้อ้างว่าเป็น เจ้าของลิขสิทธิ์ และมีชื่อหรือสิ่งใดที่ใช้แทนชื่อของบุคคลอื่นซึ่งอ้างว่าเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา หรือผู้พิมพ์ และ
  • ผู้โฆษณาแสดงไว้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลซึ่งเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณาหรือผู้พิมพ์และผู้โฆษณานั้นเป็น เจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น รับออกแบบบ้าน

องค์ประกอบหลัก ในการเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน พร้อมออกแบบที่ต้องรู้เอาไว้

องค์ประกอบหลัก
องค์ประกอบหลัก

องค์ประกอบหลัก ในการเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน พร้อมออกแบบที่ต้องรู้เอาไว้ ในการจะสร้างบ้านแต่ละครั้งสิ่งที่ต้องเตรียม ในการจะสร้างบ้านแต่ละครั้งสิ่งที่ต้องเตรียม นอกจากเงินแล้วก็คือแบบบ้านที่เราจะสร้างมีหลายคนเลือกที่จะไปจ้างผู้ออกแบบบ้านโดยเฉพาะเพื่อที่จะให้ได้แบบบ้านที่ตนเองต้องการมากที่สุด แต่วิธีนี้ก็จำเป็นที่จะต้องเสียเงินในการจ้างค่าร่างแบบบ้านค่อนข้างสูงและไหนจะต้องจ้างบริษัทที่รับสร้างบ้านอีกจึงทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง และเมื่อมีค่าใช้จ่ายสูงก็จะทำให้คนที่คิดจะสร้างบ้านมีจำนวนน้อยลง เพราะเหตุนี้พวกบริษัทที่รับสร้างบ้านจึงต้องหาสิ่งมากระตุ้นให้ผู้คนอยากที่จะสร้างบ้านให้มากขึ้นจึงได้ปรับรูปแบบบริษัทเป็น รับสร้างบ้าน พร้อมออกแบบ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการร่างแบบลดจำนวนเงินให้ผู้ว่าจ้างเสียเงินน้อยลง ซึ่งในปัจจุบันเราจะเห็นบริษัทที่รับสร้างบ้าน พร้อมออกแบบ เยอะมากมีทั้งบริษัทที่ดีและบริษัทที่ไม่ดีที่พร้อมจะหรอกเอาเงินของเรา ดังนั้นเราควรต้องรู้ถึงองค์ประกอบหลักที่สำคัญในการเลือกจ้างบริษัทรับสร้างบ้าน พร้อมออกแบบ เพื่อป้องกันการดูเอารัดเอาเปรียบและความเสียหายอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้น พร้อมแล้วเรามาดูกันเลยค่ะ

7 องค์ประกอบหลักในการเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน พร้อมออกแบบที่ควรรู้

1. มีที่ตั้งขององค์กร การเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน สถานที่ตั้งของบริษัทหรือ สำนักงานถือเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาในอันดับต้นๆ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าบริษัทรับสร้างบ้านนั้นมีที่ตั้งอยู่จริงหากเกิดปัญหา ในการให้บริการหรือปัญหางานก่อสร้างไม่ได้คุณภาพขึ้นมา จะได้สามารถเข้าไปพูดคุยหรือติดต่อกับเจ้าหน้าที่ หรือผู้บริหารได้อย่างสะดวก

2. มีผลงาน บริษัทรับสร้างบ้านที่น่าเชื่อถือต้องมีผลงานที่สามารถตรวจสอบ และเปิดเผยให้เข้าไปเยี่ยมชมผลงานได้ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ และได้เห็นของจริงมากกว่าการดูโมเดล หรือรูปภาพเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้กลุ่มลูกค้าใหม่ยังสามารถสอบถาม หรือปรึกษากับลูกค้าเดิมที่สร้างบ้านไปแล้วเพื่อขอคำแนะนำได้ว่าที่ผ่านมาการก่อสร้างของบริษัทมีปัญหาด้านใดหรือให้บริการดีอย่างไร เพื่อเป็นการตรวจสอบความมั่นใจอีกครั้งหนึ่งด้วย

3. มีสถาปนิกประจำองค์กร บริษัทรับสร้างบ้านที่ได้มาตรฐานควรมีสถาปนิกประจำในองค์กรนั้นๆ เพื่อสามารถ บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง สามารถปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขแบบตามที่ลูกค้าต้องการได้ ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทรับสร้างบ้านหลายๆ บริษัทจะมีสถาปนิกเป็นฝ่ายขาย เรียกกันว่า สถาปนิกขาย สถาปนิกที่ปรึกษาซึ่งจะทำหน้าที่ดูแลลูกค้าตั้งแต่การออกแบบ ดูแลลูกค้าและประสานงานระหว่างก่อสร้าง หรือควบคุมการก่อสร้างรวมถึงคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ การเลือกวัสดุก่อสร้าง การเลือกใช้โทนสี การตกแต่งภายใน และคำแนะนำในด้านต่างๆ กับลูกค้ากระทั่งส่งมอบบ้าน

4. มีวิศวกรประจำองค์กร เมื่อมีผู้ออกแบบแล้วการสร้างบ้านที่ต้องการความมั่นคงแข็งแรงและโครงสร้างมีอายุการใช้งานที่ยาวนานคุ้มค่ากับเงินลงทุน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีวิศวกรเป็นผู้ออกแบบ คำนวณโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และควบคุมขั้นตอนงานก่อสร้างด้วย เพื่อให้การก่อสร้างได้มาตรฐานตามที่กำหนด ทั้งนี้ตามกฎหมายนั้นวิศวกรถือเป็นวิชาชีพควบคุม ซึ่งผู้ที่จะประกอบอาขีพจะต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบอาชีพโดยมีสภาวิศวกร จะเป็นกำกับดูแลและเป็นผู้ออกบัตรให้ ซึ่งหากเกิดปัญหาขึ้นมาก็จะมีกฎหมายมารองรับอย่างชัดเจนสามารถหาผู้รับผิดชอบได้ ขณะที่บ้านที่ก่อสร้างโดยไม่มีวิศวกรออกแบบคำนวณโครงสร้าง หากเกิดปัญหาขึ้นก็จะไม่มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ปัญหาก็จะมาอยู่กับเจ้าของบ้านเพียงฝ่ายเดียว หากเกิดปัญหาขึ้นมาก็จะมีกฎหมายมารองรับอย่างชัดเจน สามารถหาผู้รับผิดชอบได้ ขณะที่บ้านที่ก่อสร้างโดยไม่มีวิศวกรออกแบบคำนวณโครงสร้างหากเกิดปัญหาขึ้นก็จะไม่มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ปัญหาก็จะมาอยู่กับเจ้าของบ้านเพียงฝ่ายเดียว

5. มีบริการหลังการขาย ปัจจุบันการให้บริการหลังการขายเป็นเรื่องที่สำคัญ เรื่องของบ้านก็เช่นกันเพราะหลังจากการสร้างเสร็จไป แล้วบริษัทรับสร้างบ้านที่ดีจะต้องมีบริการดูแลบำรุง รักษาหรือซ่อมบำรุงหากตรวจสอบพบข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ของงานก่อสร้างที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งจะต้องมีทีมงานเข้าไปแก้ปัญหาให้

6. มีการรับประกันคุณภาพ บ้านที่สร้างอย่างมีคุณภาพบริษัทรับสร้างบ้านจะต้องมีการรับประกัน ทั้งในส่วนของการรับประกันงานก่อสร้าง และงานโครงสร้างของบ้าน เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ บ้านที่ออกแบบโดยสถาปนิก วิศวกร และควบคุมงานอย่างถูกขั้นตอนโดยวิศวกร มักจะมีการรับประกันคุณภาพอยู่แล้ว เช่นรับประกันงานก่อสร้าง 1 ปี รับประกันโครงสร้าง 5 ปี เป็นต้น ขณะที่บ้านที่สร้างโดยผู้รับเหมาทั่วไปจะไม่มีการรับประกันใดๆ หากเกิดปัญหาก็ไม่สามารถเรียกร้องจากผู้รับเหมาหรือช่างที่ควบคุมงานได้

7. มีบริการเสริมพิเศษ การก่อสร้างบ้านนอกจากตัวบ้านแล้ว ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย อาทิ การขออนุญาติก่อสร้าง การขอใช้น้ำประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ เลขที่บ้าน จากหน่วยงานภาครัฐ การติดต่อขอใช้สินเชื่อจากสถาบันการเงิน การให้คำปรึกษาและจัดหาบริษัทตกแต่งภายใน การจัดหา บริษัทรับตกแต่งสวน การจัดหาบริษัททำสระว่ายน้ำ ฯลฯ ซึ่งบริษัทรับสร้างบ้านที่มีความพร้อมจะมีบริการดังกล่าวให้กับลูกค้าด้วยเพื่อความสะดวก รวดเร็ว และยังถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้ โดยลูกค้าไม่ต้องไปจัดหาเอง รับออกแบบบ้าน

การออกแบบบ้าน นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการออกแบบบ้าน

การออกแบบบ้าน
การออกแบบบ้าน

การออกแบบบ้าน นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการออกแบบบ้าน ในวิชาชีพต่างๆ ถ้าเราสามารถน้อมนำหลักปรัชญาพอเพียงมาประยุกต์ใช้มากมาย

 1.การออกแบบที่มีการวางแผนรอบคอบ ถี่ถ้วน ด้วยแบบที่ละเอียด วางแผนจากบนกระดาษ ก่อนสร้างจริงจนตกผลึกเสียก่อน โดยประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ทั้งขั้นตอนการวิเคราะห์ ขั้นตอนการออกแบบที่ตอบสนองพฤติกรรมต่างๆ แบบที่มีการอธิบายรายละเอียดต่างๆ มีเอกสารระบุวัสดุครบถ้วน จะทำให้ไม่บานปลายในภายหลัง การเริ่มต้นจากพิมพ์เขียว วางแผนด้วยแบบที่งดงาม และวิเคราะห์ทุกมุมที่เกี่ยวข้องเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากๆของ ความพอเพียง ที่แท้จริง

2.การออกแบบที่พอเหมาะพอควร เหมาะสมกับงบประมาณ โดยวางแผนตั้งแต่แรก ด้วยขั้นตอนที่ใส่ใจในรายละเอียด มีกาลเทศะในการออกแบบไม่มากไปน้อยไป มีแนวคิดที่สามารถร้อยเรียงด้วยความเป็นเอกภาพได้อย่างกลมกล่อม แนวคิดเอกภาพจะช่วยประคับประคองให้ผลงานออกแบบ มีแนวทางหนึ่งเดียว และจะสามารถลดการสูญเสียสูญเปล่าของงบประมาณได้ด้วย

3.การออกแบบที่คำนึงถึงบริบทโครงการ ทั้งสภาพแวดล้อม วิถีชีวิต พฤติกรรมผู้ใช้งาน ทิศทางลม ทิศทางแดด ลักษณะที่ตั้งของอาคาร การหันทิศทางที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม การคำนึงถึงสังคม วัฒนธรรม การออกแบบที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจ ที่ตั้งและรอบตัวอย่างรอบคอบนั่นเอง

4.แนวคิดการประหยัดพลังงานที่พอเพียง หมายถึงการออกแบบที่ทำให้อาคาร มีอากาศถ่ายเท ปรอดโปร่ง ลดการสูญเสีย พลังงาน ป้องกันความร้อนด้วยวิธีธรรมชาติ และภูมิปัญญา เหมาะสมกับที่ตั้งที่ดินของโครงการ ไม่ฝืนธรรมชาติ ตรงนี้สามารถศึกษาหาความรู้ก่อนออกแบบจากรูปแบบบ้านเรือนสมัยก่อน ศึกษาหาองค์ความรู้ แล้วพัฒนาสู่การออกแบบอย่างมีกาลเทศะ และต่อยอดอย่างมีนวัตกรรมต่อไป

5.สวยแบบพอดีพองามลงตัวไม่มากไปไม่เยอะไป ความงามที่ยั่งยืนคือความงามที่มีความยั่งยืนสวยนานสวยทนสวยเสมอ มิเสื่อมคลาย ตรงนี้ต้องมาจากการออกแบบที่มีสัดส่วน เหมาะสมกับที่ตั้ง มีผังและหุ่นบุคลิกอาคารที่สอดคล้องกับพื้นที่ ไม่โย่ง หรือเตี้ยไปพอดีพองาม ไม่เติมแต่งเยอะ จนเกินงาม ให้รู้สึกน่าอยู่ อบอุ่น การออกแบบระหว่างสถาปัตยกรรมและมัณฑนศิลป์ ที่เชื่อมโยงกัน ไม่ปะติดตกแต่งมากไป อาจเน้นสัจจะวัสดุที่มีรสนิยม และไม่ทำซ้ำทับซ้อน

6.การออกแบบที่ไม่เสียเศษ ลดขยะให้แก่โลก ด้วยความเข้าใจเรื่องขนาดสัดส่วน ออกแบบโดยมีรากแห่งความรู้เรื่องขนาดจากระบบการผลิตที่เหมาะสม ตามสายการผลิต คำนึงถึงความพอดีของวัสดุ และพยายามเลือกจากวัสดุท้องถิ่น เป็นหลัก เพื่อลดทอนการนำเข้าราคาแพงและการขนส่งที่ยุ่งยาก ในเชิงปฏิบัติคือการออกแบบที่ขนาดจะลงตัวตามระยะที่แท้จริง เช่นลง ฟุต 30 เซนติเมตร วางกระเบื้องในห้องน้ำที่ตัดเศษน้อยที่สุด เพราะมาจากขนาดห้องที่แม่นยำ เป็นการคิดจากภายในสู่ภายนอกนั่นเอง

7.ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสม พอดี พอเหมาะ สอดคล้องกับพฤติกรรม และตัวตน คนใช้งาน ไม่สิ้นเปลืองใช่เหตุ อำนวยความสะดวกที่พอดี สมดุลกับชีวิตประจำวันที่สุด เพื่อความสุขในการใช้ชีวิต ออกแบบบ้าน

การออกแบบ รูปแบบจากความคิดออกมาเป็นผลงานที่ผู้อื่นสามารถมองเห็น รับรู้

การออกแบบ
การออกแบบ

การออกแบบ การถ่ายทอดรูปแบบจากความคิดออกมาเป็นผลงานที่ผู้อื่นสามารถมองเห็น รับรู้ หรือสัมผัสได้  เพื่อให้มีความเข้าใจในผลงานร่วมกัน

ความสำคัญของการออกแบบ มีอยู่หลายประการ กล่าวคือ

1.ในแง่ของการวางแผนการการทำงาน งานออกแบบจะช่วยให้การทำงานเป็นไปตาม

 ขั้นตอน อย่างเหมาะสม และประหยัดเวลา ดังนั้นอาจถือว่าการออกแบบ คือ การวางแผนการทำงานก็ได้

2. ในแง่ของการนำเสนอผลงาน ผลงานออกแบบจะช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องมีความเข้าใจตรงกันอย่างชัดเจน  ดังนั้น ความสำคัญในด้านนี้ คือ เป็นสื่อความหมายเพื่อความเข้าใจ

ระหว่างกัน

3. เป็นสิ่งที่อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับงาน งานบางประเภทอาจมีรายละเอียดมากมายซับซ้อน ผลงานออกแบบจะช่วยให้ผู้เกี่ยวข้อง และผู้พบเห็นมีความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้นหรืออาจกล่าวได้ว่า ผลงานออกแบบ คือ ตัวแทนความคิดของผูออกแบบได้ทั้งหมด

4. แบบ จะมีความสำคัญอย่างที่สุด ในกรณีที่ นักออกแบบกับผู้สร้างงานหรือผู้ผลิต เป็นคนละคนกัน เช่น สถาปนิกกับช่างก่อสร้าง  นักออกแบบกับผู้ผลิตในโรงงานหรือถ้าจะเปรียบไปแล้ว นักออกแบบก็เหมือนกับคนเขียนบทละครนั่นเอง แบบ เป็นผลงานจากการออกแบบ เป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์และฝีมือของ

นักออกแบบ แบบมีอยู่หลายลักษณะ ดังนี้ คือ

     1. เป็นภาพวาดลายเส้น (Drawing) ภาพระบายสี (Painting) ภาพถ่าย (Pictures) หรือแบบร่าง (Sketch) แบบที่มีรายละเอียด (Draft) เช่น แบบก่อสร้าง ภาพพิมพ์ (Printing) ฯลฯ ภาพต่าง ๆ ใช้แสดงรูปลักษณะของงาน หรือแสดงรายละเอียดต่าง ๆเกี่ยวกับงาน ที่เป็น 2 มิติ

        2. เป็นแบบจำลอง (Model) หรือของจริง เป็นแบบอีกประเภทหนึ่งที่ใช้แสดงรายละเอียดของงานได้ชัดเจนกว่าภาพต่าง ๆ เนื่องจากมีลักษณะเป็น 3 มิติ ทำให้สามารถเข้าใจในผลงาน

ได้ดีกว่า นอกจากนี้ แบบจำลองบางประเภทยังใช้งานได้เหมือนของจริงอีกด้วยจึงสมารถใช้ในการทดลอง และทดสอบการทำงาน เพื่อหาข้อบกพร่องได้ รับออกแบบบ้าน