มาทำความรู้จัก seo และประโยชน์ของการทำ seo กันเถอะ

มาทำความรู้จัก seo
มาทำความรู้จัก seo

มาทำความรู้จัก seo และประโยชน์ของการทำ seo กันเถอะ วันนี้เราจะพามาเจาะลึกข้อมูลเกี่ยวกับ หำน เบื้องต้นสำหรับมือใหม่ที่อยากเรียนรู้

หลายคนคงรู้จักในชื่อย่อ seo หรือ Search engine optimization เป็นกระบวนการที่พยายามเพิ่ม Traffic ที่มีคุณภาพ เข้าสู่เว็บไซต์ (ของคุณ) จาก Search Enigne ต่างๆ ด้วยวิธีการต่างๆ เพราะโดยปกติแล้วเว็บไซต์ที่ปรากฏอยู่ใน Search Engine ในลำดับแรกๆ มักจะถูกคลิกบ่อยกว่าเว็บไซต์ที่อยู่ด้านล่าง หรืออยู่หน้าถัดไป โดยปกติแล้วเป้าหมายการทำ SEO นั้นอยู่หลายที่ เช่น การค้นหารูป, การค้นหาวิดีโอ แต่สิ่งที่คนเราส่วนมากใช้ในชีวิตประจำวันมากที่สุดก็คือ Web Search ที่เรียกง่ายๆ ก็คือ SEO

 

Search Engine ทำงานยังไง?

กระบวนการทำงานของเครื่องมือค้นหา มีอยู่ 3 ขั้นตอนใหญ่ ได้แก่

  1. Crawling: ออกตามหาและรวบรวมข้อมูล
  2. Indexing: วิเคราะห์และจัดทำดัชนีข้อมูล
  3. Ranking: ค้นหาข้อมูลจากดัชนี จัดเรียง และแสดงผลใน SERP

 

ประโยชน์ของการทำseo

1. ค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดตะช่วยประหยัด เมื่อเทียบหับโฆษณาตัวอื่น การซื้อโฆษณาผ่าน Banner ประเภทต่างๆ , หรือการโฆษณาโดยการจ่ายแบบ Pay Per Click (PPC) แล้วแทบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลยก็ว่าได้

2. ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้สินค้าและบริการของเว็บไซต์เรา ถ้าเว็บไซต์ของเราอยู่ในอันดับเหนือคู่แข่ง โดยส่วนมากแล้วความรู้สึกผู้บริโภค จะมีความรู้สึกว่าสินค้า หรือบริการนั้นๆได้รับความนิยมสูงกว่าคู่แข่งขันที่มีอันดับตํ่ากว่า ทั้งนี้หากมีคนเข้าชมเว็บเซต์เราเป็นจำนวนมาก ย่อมหมายถึง เว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้นซึ่งส่งผลต่อความรู้จักของลูกค้าและยอดขายที่เพิ่มขึ้นนั้นเอง

3. มาตรฐานความเป็นระเบียบของ Code ช่วยสร้างและเนื้อหาของเว็บไซต์ของเรา จะมีการปรับปรุงเว็บไซต์สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งนั้นคือ Code ซึ่งหากเราทำ SEO แล้ว ตัว Robots ของ Search Engine จะมาเก็บเนื้อหาของเว็บไซต์ พร้อมทั้งตรวจสอบความผิดปกติของ Code ต่างๆ ดังนั้นการทำ SEO จึงมีความจำเป็นต้องทำการตรวจสอบ Code เป็นอย่างดี และต้องสร้างเนื้อหาให้มีคุณภาพ เพื่อให้เว็บไซต์ของเรามีความเป็นมาตรฐาน เป็นระเบียบ และมีผลการจัดอันดับที่ดีขึ้นอีกด้วย

4. เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และช่องทางในการสร้างลูกค้าใหม่ หลายท่านคงชอบ Search Engine นั้นเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความสนใจ และมีความต้องการในเรื่องของสินค้าและบริการ นั้นๆอยู่แล้ว จึงมาค้นหาใน Search Engine ซึ่งนำมาสู่การเป็นลูกค้ารายใหม่

5. การทำ SEO ช่วยให้ได้ลูกค้าตรงตามกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ

เนื่องจากการทำ SEO ต้องกำหนดเป้าหมายของการทำตามกลุ่มของ Keyword หรือคำค้นหา ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไปในตัวนั่นเอง

6. การแข่งขันกับคู่แข่งในประเภทธุรกิจเดียวกันช่วยสร้างความได้เปรียบทาง ทำให้เราได้เปรียบทาง Search Engine ชั้นนำ หากทำอันดับได้ดีกว่าคู่แข่งอื่นๆ ย่อมหมายถึงการได้เปรียบในด้านของการแข่งขันกับคู่แข่งนั่นเอง

7. ช่วยขยายตลาด และขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก

การสร้างเว็บไซต์ และการทำ SEO เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถให้ธุรกิจสามารถขยายตัวไปยังต่างประเทศได้ หากมีการวางแผนในการทำเว็บไซต์ เพื่อให้รองรับการใช้งานในภาษาต่างๆ และรองรับการค้นหาตามคำค้นหาในภาษาของฐานลูกค้าในประเทศนั้นๆ

8. ช่วยสร้าง Brand Visibility เป็นการทำ SEO สำหรับการทำอันดับบน Search Engine นั้น สามารถทำการวางแผนในการสร้าง Brand ควบคู่กันไปได้ เพื่อสร้างการจดจำกับ Brand สินค้าและบริการได้

9. ช่วยทำให้เกิด Repeat Business

ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาจาก Search Engine โดยส่วนมากค่อนข้างจะใช้บริการเว็บไซต์ของคุณในระยะเวลาที่ยาวนานกว่า หากสามารถทำให้ลูกค้าจดจำได้ สามารถทำให้เกิดการซื้อซํ้า หรือการใช้บริการอีกครั้งได้ในภายหลัง

10. เป็นโปรโมชั่นที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา จะปรากฏอยู่บน Search Engine นั้นสร้างความได้เปรียบได้เทียบเท่ากับการจ้างบริษัททำโฆษณา ให้ทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในธุรกิจของคุณตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสามารถพูดได้ว่าเป็นบริษัทโฆษณาที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้

 

การที่เราจะทำ seo ได้เราต้องอาศัยดังนี้

1. เลือก Domain Name ที่เกี่ยวกับเนื้อหาของเว็บไซต์ ตัวอย่างของเว็บไซต์ที่เลือก Domain Name ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา เช่น GameSpot.com ซึ่งตัวเว็บไซต์ ก็มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Game
2. เนื้อหาบ่อยๆ การอัพเดทเว็บไซต์ให้ทันต่อยุคต่อสมัย อย่างเช่นปัจจุบัน คือการทำให้ตัวเว็บรองรับโมบาย จะทำให้ Search Engine ได้รับข้อมูลใหม่ของเว็บไซต์เราบ่อยๆ โดยปกติแล้ว Search Engine จะชอบเว็บไซต์ที่มีการเพิ่มเนื้อหาสม่ำเสมอ มากกว่าเว็บไซต์ที่ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลง
3. เราต้องหาลิงค์จากเว็บไซต์ภายนอก ที่มีเนื้อหาคล้ายๆ กัน ย้ำนะว่าเนื้อหาต้องเกี่ยวข้องกัน ไม่เช่นนั้น Search Engine จะมองว่าเว็บไซต์ที่เราลิงค์ไปนั้นไม่มีคุณภาพ หรือไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ในเว็บไซต์ที่มัน indexed อยู่ สิ่งนี้จะทำให้เราเว็บไซต์ของเรามีค่าลดลงในสายตาของ Search Engine
4. อย่ามีแค่เนื้อหา ถ้าคุณมีเวลา คุณสามารถอัพโหลดรูปภาพประกอบเนื้อหาเข้าไปด้วยจะดีมาก เพราะคนที่เข้าชมเว็บไซต์เห็นตัวหนังสือเยอะๆ จะเริ่มเอียน มีรูปภาพบ้างประปราย คนอ่านจะได้พักสายตาบ้าง แถมเว็บไซต์ของคุณอาจจะมีโอกาสไปปรากฏในผลลัพธ์การค้นหารูปภาพของ Search Engine อีกด้วย สองเด้งเลยทีนี้ แน่นอนรวมถึงการอัพไฟล์วีดีโอด้วย ถ้าทำครบได้ก็ดีเลย
5. ออกแบบเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายและดูดี เรื่องนี้เป็นสิ่งจำเป็นอีกอย่างหนึ่งนะ คุณลองดูอย่างเว็บไซต์ wikipedia นะ เค้าไม่ได้ออกแบบให้หรูหราอะไรเลย ใช้สีอยู่ไม่กี่สี รูปภาพไม่กี่รูป แต่น่าอ่าน คนใช้แล้วอยากใช้อีก บางเว็บนะ (ไม่ขอเอ่ยชื่อเว็บ) ใช้สีเยอะแยะรูปเยอะไปหมด เปลี่ยนรูปตัวชี้เมาส์เราอีกตะหาก เว็บเหล่านี้แหละที่จะไม่ค่อยกลับมาใช้อีกเพราะว่ามันใช้ลำบาก

 

การเพิ่ม Backlink ที่มีคุณภาพ

1. ควรสร้างลิงค์จากเว็บไซต์อื่นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเลือกเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ และมีเนื้อหาหรือบริบทที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์หรือ Keyword ของเรา

2. ควรหลีกเลี่ยงการสร้างลิงค์ด้วยบทความเดิมซ้ำ ๆ หรือการ Spin บทความโดยใช้โปรแกรมเพื่อสร้างบทความใหม่ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ผู้ใช้อ่านไม่รู้เรื่อง

 

การเพิ่ม Backlink อ่างเป็นธรรมชาติ

1. ควรทยอยเพิ่ม Backlink เรื่อย ๆ เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ ป้องกันการโดนแบนจาก Search Engine โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก Google

2. ควรหลีกเลี่ยงการสร้างลิงค์ซ้ำด้วยการโพสตามเว็บบอร์ด หรือเว็บประกาศเป็นจำนวนมาก เพราะเป็น Spam และอาจทำให้อันดับตกได้

 

การใส่ Keyword เป้าหมาย และ Keyword ที่เกี่ยวข้อง

1.  Keyword เราควรเลือกให้สอดคล้องกับเนื้อหาในเว็บไซต์ และดูจากปริมาณการค้นหา และหาไอเดียเพิ่มเติมด้วยเครื่องมือต่าง ๆ เช่น Google Keyword Planner, KWFinder, Ahrefs

2. Keyword เราควรใส่อย่างพอเหมาะ ในส่วนที่มีความสำคัญต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์ เช่น Title Tag, Meta Description, H1 Tag, H2 Tag, และเนื้อหาส่วนที่เป็น Plain Text (p tag), alt tag ในรูปภาพ

3. เราต้องหลีกเลี่ยงการใช้ Keyword ซ้ำ ๆ กันเป็นจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เป็น Keyword Spam หรือ Keyword Stuffing อีกทั้งยังทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติเวลาที่ ผู้ใช้งาน เข้ามาดูเนื้อหา

 

การสร้างและเพิ่มเติมเนื้อหาที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองผู้ใช้งาน

1. เนื้อหาของเราควรมีที่เกี่ยวข้องกันเพื่อสนับสนุนการทำ SEO ในหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการให้ติดอันดับ ตลอดจนหน้าเว็บไซต์อื่น ๆ ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้องกัน พร้อมทำลิงค์เชื่อมโยงเพื่อให้เข้าไปอ่านต่อได้

2. เว็บไซต์ใหม่ ๆ ขึ้นมา เพื่อเพิ่มจำนวนหน้าเว็บไซต์ เช่น Blog หรือบทความสาระความรู้ต่าง ๆ โดนเนื้อหาควรมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับธีมหลักของเว็บไซต์

3. เนื้อหาที่ให้ข้อมูลเจาะลึกควรเขียน และมีประโยชน์ ตอบโจทย์คนที่หา Keyword นั้น ๆ เพื่อให้ได้เนื้อหาที่มีคุฯภาพในสายตาของผู้ใช้งาน

4. ควรแทรกรูปภาพหรือวีดิโอระหว่างบทความบ้าง เพื่อเพิ่มควรน่าสนใจ

 

ขั้นตอนการเขียนบทความ SEO
1.ทำการเลือกหัวข้อที่จะเขียน ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย เราจะเน้นความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย (Persona) สังเกตหัวข้อที่นิยมจากบล็อกคู่แข่ง (Competitor Blogs) สังเกตหัวข้อที่นิยมจากกลุ่มสนทนาในแวดวงธุรกิจของเรา (Group)

2.ทำการค้นหาคีย์เวิร์ดที่คนใช้เสิร์ชเยอะและตรงกับเนื้อหาที่เรานำเสนอ ทำได้โดย พิมพ์บนช่องการค้นหาบน Google และดูคำยอดนิยมในแถบที่แสดงขึ้นมา ใช้ Google Keyword Planner เพื่อดูปริมาณการค้นหาคีย์เวิร์ดนั้นๆ รวมถึงราคาคีย์เวิร์ด และคำใกล้เคียงเป็นไอเดียในการเลือกใช้ด้วย

3. เขียนเนื้อหาcontentที่ครอบคลุม และมีความยาวบทความไม่สั้นจนเกินไป  เนื้อหาควรครอบคลุมหลายๆคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง ความยาวบทความไม่สั้นจนเกินไป Google มักจะชอบบทความยาว เพราะสามารถทำความเข้าใจว่าบทความนั้นเกี่ยวกับอะไรได้ดีกว่าบทความสั้นๆ

4.คอนเทนต์ที่เราเขียนต้องมีคุณภาพให้เอื้อประโยชน์ต่อผู้อ่าน  ไม่เขียนย่อหน้าแรก ยาวจนเกินไป จนไม่ดึงดูดใจให้อ่านต่อ ใส่มีเดียอื่นๆลงไปด้วย เช่น รูปภาพ วิดีโอ พอดแคสต์

5.สามารถนำคีย์เวิร์ดที่ค้นหา มาใช้กับคอนเทนต์ ใส่คีย์เวิร์ดลงใน Headline ใส่คีย์เวิร์ดลงใน Meta Description  ใส่คีย์เวิร์ดไว้ในลิงก์ URL ใส่คีย์เวิร์ดไว้ในรูปภาพ วางคีย์เวิร์ดไว้ใน 100 คำแรกของหน้าเว็บไซต์ ใส่ Internal link เพื่อลิงก์ไปบทความอื่นๆด้วย

6.ช่วยกันแชร์บนโซเชียลมีเดีย เพิ่มช่องทางในการเข้าถึงบทความอื่นๆ เพื่อเพิ่มปริมาณการเข้าชม ยิ่งมีปริมาณการเข้าชมเยอะมากขึ้น อันดับการค้นหาก็จะยิ่งสูงขึ้น

7.ทำการวิเคราะห์ผลลัพธ์ วิเคราะห์ผลผ่าน Google analytics เพื่อดูพัฒนาการ สิ่งที่ดีขึ้น และสิ่งที่ต้องปรับปรุง เพื่อพัฒนาบทความต่อๆไป รับทำ seo

 

ทำไม Backlink ถึงมีความสำคัญต่อการทำ SEO

Backlink เปรียบเสมือนผลโหวตที่ได้รับจากเว็บไซต์อื่นๆ ยิ่งเว็บไซต์เหล่านี้มีเนื้อหาใกล้เคียงกันมากเท่าไหร่ ยิ่งส่งผลให้คะแนนโหวตมีน้ำหนักมากขึ้นเท่านั้น

ที่สำคัญผลโหวตในรูปแบบ Backlink ยังทำหน้าที่อธิบายให้ Google เข้าใจถึง “เนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณว่ามีความน่าเชื่อถือและมีประโยชน์มากแค่ไหน อีกด้วย เมื่อปี 2010 การทำ Backlink ถือเป็นรากฐานสำคัญของ Google Algorithm จนหลายคนขนานนามว่า “Backlink is King” เลยทีเดียว หากคุณอยู่ในยุคที่ SEO Backlink เฟื่องฟูที่สุดจะต้องรู้จักเมทริกต์ที่มีชื่อว่า “PageRank (เพจแรงค์)” เป็นอย่างดี

เมทริกต์ที่มีผลต่อการจัดอันดับมากที่สุดในยุคนั้น คือ PageRank แม้ปัจจุบันการคำนวณ PageRank ทาง Google ได้ยกเลิกไป (ซึ่งจริงๆ แล้ว Google ไม่ได้ยกเลิก เพียงแต่ไม่ได้บอกเปิดเผยตัวเลขให้เห็นเหมือนแต่ก่อน) แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิด PageRank อย่าง Backlink ซึ่งเป็นเสมือนอัลกอริทึมระดับรากฐานทาง Google ยังคงใช้งานและได้รับความสำคัญไม่เปลี่ยนแปลง

ในปัจจุบัน Backlink ถือว่าเป็น 1 ใน 3 ปัจจัยหลักที่ใช้จัดอันดับบน Google

1. Backlink ที่ดีต้องมาจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ  SEO มีเมทริกต์อยู่หลายตัวที่ใช้ในการคำนวณความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ไม่ว่าจะเป็น DR (Domain Rating) ของทาง Ahrefs, DA (Domain Authority) ของทาง Moz, TF (Trust Flow) และ CF (Citation Flow) ของทาง Majestic เมทริกต์เหล่านี้ได้รับการออกแบบโดยใช้รากฐานจาก Google Algorithm เป็นหลักจึงใช้ได้ผลดีและได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย

2.  Anchor Text Link  ที่ดีต้องใช้ Backlink อย่างถูกต้อง Anchor Text Link ถือเป็นส่วนที่จะช่วยบอก Google ว่าเว็บไซต์ของคุณต้องการทำอันดับในคีย์เวิร์ดอะไร ซึ่งรูปแบบจะเป็น HTML Code

3. Backlink ที่ดีจะต้องมีเนื้อหาสอดคล้องกับเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งข้อมูลเนื้อหาสอดคล้องกับเว็บไซต์ที่ทำอยู่นั้นไม่ง่ายเลย ซึ่งอาจตีความหมายได้ว่าหากคุณสามารถมี Backlink จากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกันได้ 1 ลิงค์ อาจมีค่ามากกว่า Backlink จากเว็บที่ไม่เกี่ยวข้องกันอย่างน้อยๆ 10 ลิงค์เลยก็เป็นได้

4. Backlink ที่มีพลังจะต้องเป็น Dofollow

อีกหนึ่งส่วนที่มีความสำคัญและยังมีการถกเถียงกันอยู่มาก สำหรับการทำ Dofollow และ Nofollow ผมขออธิบายแบบง่ายๆ

5. Backlink ที่แตกต่างย่อมมีค่ามากกว่าเสมอ Backlink ของเราต้องที่แตกต่าง หมายถึง เว็บไซต์ที่คุณไปได้ลิงค์มานั้นจะต้องมีลิงค์ออกน้อยที่สุด เรียกได้ว่าคู่แข่งในตลาดเดียวกันไม่สามารถหาลิงค์แบบคุณได้ หรือน้อยนที่จะรู้ว่าเว็บไซต์เหล่านี้เปิดให้ทำลิงค์ออกไปได้ ซึ่งผมขอบอกว่าการได้ Backlink แบบนี้เป็นอะไรที่ยากมากๆๆๆ แต่ถ้าหากคุณสามารถหามาได้ จะกลายเป็นจุดแข็งในเรื่องของ Backlink ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้เลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เอ็ม-มิกซ์ Previous post เอ็ม-มิกซ์ เปิดใจชีวิตลูกตลกหม่ำ จ๊กมก – เผยพี่น้องทะเลาะกัน
หนุ่มแทค ภรัณยู Next post หนุ่มแทค ภรัณยู แอบหวานต่อคิวซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมให้ภรรยาครั้งแรก