อยากเป็นนักสืบ

อยากเป็นนักสืบ ต้องเรียนอะไร หรือทำอะไรถึงจะเป็นนักสืบได้

อยากเป็นนักสืบ

อยากเป็นนักสืบ ต้องเรียนอะไร หรือทำอะไรถึงจะเป็นนักสืบได้ ในแต่ละวันทำอะไร? ไลฟ์สไตล์การทำงาน 6 สาขานักสืบมืออาชีพ

การจะเป็นนักสืบได้นั้น อย่างน้อยเราก็ควรจะเรียนอะไรที่เกี่ยวข้องมา โดยหลักสูตรที่เรียนเพื่อมาประกอบ อาชีพนักสืบ ได้ ก็มีด้วยกันหลายหลักสูตร โดยหลักสูตรแรกก็คือ คณะวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพราะคณะนี้มีการใช้วิทยาศาสตร์ และใช้กระบวนการศึกษาโดยสังเกตจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว และต้องเก็บหลักฐานของสาเหตุปัญหานั้น ๆ มาสืบ ต่อมาคือ คณะนิติศาสตร์ เพราะคณะนี้มีการเรียนการสอนเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย และข้อบังคับต่าง ๆ ที่ต้องใช้ควบคู่ไปกับการสืบคดีต่าง ๆ นั้นเอง และหลักสูตรสุดท้ายก็คือ คณะสหเวชศาสตร์ เนื่องจาก คณะนี้มีการนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ใน การสืบสวน เช่น การตรวจพิสูจน์ DNA การตรวจหาลายนิ้วมือ หรือคราบเลือด เป็นต้น สำหรับใครที่มีความฝันอยากเป็นนักสืบ จงรู้ไว้ว่า “ความลับ และความปลอดภัยของเราต้องมาก่อน”

 

ในแต่ละวันทำอะไร?
1. ค้นหาฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ บันทึกสาธารณะ ภาษี เอกสารทางกฎหมาย เพื่อสืบค้นข้อมูลของบุคคล หรือเหตุการณ์ที่ต้องสงสัย
2. สืบคดีความ เพื่อค้นหาผู้กระทำความผิด เช่น คดีฉ้อโกง คดีฆาตกรรม
3. ดำเนินการสืบสวน โดยรักษาความลับของผู้ว่าจ้าง
4. เปิดเผยการฉ้อโกง การทุจริต หรือการขโมยทรัพย์สิน
5. ตามหาคนหาย หรือคนหนีออกจากบ้าน โดยหาข้อมูลจากคนรอบข้างของบุคคลที่ตามหา หรือจากสถานที่ต่าง ๆ
ต้องใช้ทักษะและความรู้อะไรบ้าง?
• การคิดอย่างมีวิจารณญาณ
การใช้เหตุผลหรือตรรกะในการระบุจุดแข็ง และจุดอ่อนของทางเลือกต่าง ๆ ที่มี เพื่อหาข้อสรุปของแนวคิดในการแก้ไขปัญหา
• การเขียน
การเขียนประเด็นสำคัญผ่านการเลือกใช้คำ ระดับภาษา และวิธีการเล่าเรื่องให้เข้ากับผู้อ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• การอ่านจับใจความ
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับใจความสำคัญของประโยค และย่อหน้าในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
• การเข้าใจผู้อื่น
การรับรู้ได้ถึงพฤติกรรมของผู้อื่น และเข้าใจได้ว่าพวกเขาแสดงออกมาเช่นนั้นเพราะอะไร
• การพูด
การพูดคุยกับผู้อื่น เพื่อสื่อสารข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
• การกำกับดูแลงาน
การกำกับ ติดตามงาน และประเมินผลการปฏิบัติงานของตัวเอง ผู้อื่น หรือองค์กร เพื่อปรับปรุงแก้ไขได้อย่างถูกต้อง
ความรู้ของนักสืบที่ต้องมี
• ภาษาไทย
ความรู้เกี่ยวกับหลักภาษาไทย รวมถึงความหมาย การสะกดคำ หลักเกณฑ์การเขียน และไวยากรณ์ของภาษา
• คอมพิวเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์
ความรู้เกี่ยวกับแผงวงจรไฟฟ้า หน่วยประมวลผล ชิป (Chip) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ของคอมพิวเตอร์ และการเขียนโปรแกรม
• การบริหารงานเอกสารและธุรการ
ความรู้เกี่ยวกับการจัดการงานเอกสารและระบบธุรการ (เช่น การพิสูจน์อักษร การจัดเก็บเอกสาร การจดบันทึกประชุม)
• จิตวิทยา
ความรู้เกี่ยวกับการแสดงออกของมนุษย์ และความแตกต่างของบุคคล (เช่น บุคลิกภาพ การเรียนรู้ แรงจูงใจ)
• กฎหมาย และการปกครอง
ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย กฎระเบียบของรัฐบาล คำสั่งของฝ่ายบริหาร ระเบียบของหน่วยงานราชการ และกระบวนการทางการเมืองแบบประชาธิปไตย
• การบริหาร และการจัดการ นักสืบ
ความรู้เกี่ยวกับการรวางแผนเชิงกลยุทธ์ การจัดระบบขั้นตอนการผลิตสินค้าและบริการ การจัดการบุคลากรและทรัพยากรขององค์กร
ไลฟ์สไตล์การทำงาน
– การประสานงานหรือนำผู้อื่น
นาน ๆ ครั้ง
– การเดินทาง
นาน ๆ ครั้ง
– อิสระในการตัดสินใจ
สูงมาก
– ความขัดแย้ง
ปานกลาง
– การเจอทีม
นาน ๆ ครั้ง
– การอยู่ห้องแอร์
บ่อยครั้ง
– ความแม่นยำในการทำงาน
สูงมาก
– ลักษณะเวลาทำงาน
เวลาทำงานเป็นกิจวัตร (Regular)
– การพบปะพูดคุยกับผู้รับบริการ
บ่อยครั้ง
– การอยู่กลางแจ้ง
นาน ๆ ครั้ง
– การแข่งขัน
ปานกลาง
– ระยะเวลาที่ใช้ในการทำงาน
40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

6 สาขานักสืบมืออาชีพ

1. นิติศาสตร์ แน่นอนว่าอาชีพนักสืบ จำเป็นต้องรู้เรื่องกฎหมาย พื่อประกอบการสืบสวนคดีต่างๆ แล้วแต่ผู้ว่าจ้าง เมื่อรู้กฎหมายก็จะรู้ถึงข้อบังคับต่างๆ ว่าสิ่งไหนสามารถทำได้และไม่ได้ รวมไปถึงสามารถรู้ว่าคดีที่สืบอยู่ ผู้ที่เราตามสืบมีความผิด หรือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมายกันแน่

คณะนิติศาสตร์ ในไทยเปิดสอนในหลายมหาวิทยาลัย ถ้าน้องๆ อยากจะเป็นนักสืบ พกความรู้ด้านนี้ติดตัวเป็นพื้นฐานสู่อาชีพนักสืบได้แน่นอน

2. จิตวิทยา  อีกหนึ่งทักษะของนักสืบที่ควรมีคือ การเข้าใจความคิด จิตใจ และพฤติกรรมของคน ที่แตกต่างกัน เพื่อหาแรงจูงใจ และคาดการณ์ถึงพฤติกรรม ผู้ที่เรากำลังตามสืบอยู่ ว่าเขาจะไปไหน กินอะไร คิดอะไร ติดต่อใคร ถ้ามีทักษะนี้มีแต้มต่อแน่นอนน

คณะจิตวิทยา ก็เป็นอีกคณะที่เปิดสอนอย่างแพร่หลาย บางที่เป็นหนึ่งสาขาที่อยู่ภายใต้คณะมนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์

3. สังคมวิทยา และ มานุษยวิทยา ทักษะการสอดแหนม ทำตัวกลมกลืนกับกลุ่มคนหรือสังคมนั้นๆ เป็นอีกหนึ่งทักษะที่นักสืบขาดไม่ได้ สาขานี้เรียกสั้นๆ ว่า “สังวิทฯ” เน้นการศึกษา ทั้งตัวมนุษย์ และสังคมความเป็นอยู่ ด้วยวิธีการเอาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมคือไปใช้ชีวิต และสังเกตการณ์ เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมและความคิดของคน

คณะนี้มีเปิดสอนที่ธรรมศาสตร์ และเป็นสาขาที่อยู่ในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ รวมถึงบางที่ก็อยู่ในคณะมนุษยศาสตร์ด้วย ต้องดูดีๆ น้า

4. วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี การสืบสวนบางกรณีจำเป็นต้องใช้ทักษะที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทั้งความรู้ความสามารถในการสังเกตและตั้งสมมติฐาน โดยการใช้หลักวิทยาศาตร์ คณะนี้สามารถต่อยอดไปสอบเป็นตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งเป็นอาชีพที่ใช้ทักษะคล้ายคลึงกันได้

คนส่วนใหญ่จะคิดว่าเรียนวิทยาศาตร์ จบมาเป็นได้แค่นักวิทยาศาสตร์หรือเปล่า จริงๆ แล้วการเรียนในคณะนี้สามารถต่อยอดไปได้หลายอาชีพมากๆ ทำให้มีเปิดสอนในหลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

5. นิติวิทยาศาสตร์ การสืบสวนด้วย หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งทักษะที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนักสืบ คณะนี้เปิดสอนในระดับปริญญาโท เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการพิสูจน์หลักฐาน ด้วยการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกสาขามาประยุกต์ใช้โดยเฉพาะ ทั้งการสืบสวนจากหลักฐาน ลายนิ้วมือ เลือด เส้นผม อสุจิ น้องๆ น่าจะเคยเห็นบ่อยๆ ในซีรีส์ หรือการไขคดีดังๆ ที่ทำให้ตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้

คณะนี้เปิดสอนอย่างแพร่หลายในหลายมหาวิทยาลัยทั้งในไทยและต่างประเทศ

6. อาชญาวิทยา อาชีพนักสืบมีทั้งทำงานให้เอกชน และภาครัฐ ทำงานในหลายคดี ในส่วนของสาขานี้จะพูดถึงการสืบสวนในส่วนของคดีอาญาโดยเฉพาะ คือการศึกษาเกี่ยวกับอาชญากรรมในแง่ต่างๆ ทั้งสาเหตุการเกิดอาชญากรรม ลักษณะ ประเภท และพฤติกรรมของอาชญากรด้วย ทำให้ต้องเรียนทั้งสังคมวิทยา จิตวิทยา มานุษยวิทยา และกฎหมาย เพื่อให้เข้าถึง “จิตใจของอาชญากร” ทำให้สามารถหาหลักฐานและไขคดีได้นั่นเอง

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เขียนแบบสถาปัตย์ Previous post เขียนแบบสถาปัตย์ มีขั้นตอนการออกแบบต่างๆ