หนังภาพยนตร์ 300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก

 

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก (300) เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีของสหรัฐใน พ.ศ. 2550 ที่มาจากการ์ตูนชุดใน พ.ศ. 2541 ที่มีชื่อเดียวกันของแฟรงก์ มิลเลอร์ เป็นฉากเกี่ยวกับการสู้รบที่เทอร์มอพิลี ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยแซ็ค สไนเดอร์ ส่วนมิลเลอร์ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการบริหารและที่ปรึกษา โครงเรื่องเกี่ยวกับพระราชาเลโอไนดัส ที่นำชาวสปาร์ตา 300 คนไปต่อสู้กับกองทัพเปอร์เซียนับล้านคนที่นำโดยพระเจ้าเซอร์เซส เรื่องราวจะเล่าโดยดีลิออส ทหารสปาร์ตา

เนื้อเรื่อง

Delios บอกเล่าเรื่องราวของ King Leonidos ที่ได้รับการฝึกฝนการรบมาตั้งแต่เยาว์วัย แม้ว่าเขาจะขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งสปาร์ตา แต่เปอร์เซียก็ส่งทูตไปเจรจายอมจำนนต่อกษัตริย์ซิลก์ส แต่ Leonides ปฏิเสธ สังหารผู้ส่งสารแห่งเปอร์เซียทั้งหมดเมื่อลีโอไนดัสไปเยี่ยมพรีสต์อีและขอให้ทำนายและแจกแจงแผนการรบโดยบังคับให้ชาวเปอร์เซียข้ามหุบเขา จำกัด จำนวนนักสู้ที่เกิน Spartan และผลักเปอร์เซียตกหน้าผา Priest E ปรึกษากับศาสดาพยากรณ์ มีการบอกกันว่าสปาร์ตาควรทำสงคราม แต่ Leonides เพิกเฉยและลากมันออกไป

ไม่มีใครรู้ว่านักบวช E สำหรับยอมรับสินบนจากนักการทูตของ King Xerxes ลีโอได้รวบรวมกองทัพสามร้อยคน เดินทางไปกับนักรบอาร์คาเดียและกรีก Leonides และ Ephieltis พบกันเพื่อสร้างกำแพงสำหรับการเดินทัพของชาวเปอร์เซีย นักรบสปาร์ตันพิการที่ตั้งใจจะต่อสู้ตามคำสั่งของพ่อแม่ แต่กษัตริย์เองก็ปฏิเสธด้วยเงื้อมมือของเอฟิเอลทิส

กษัตริย์เซอร์เซสเดินทางมาพบลีโอไนดัสด้วยตนเอง และกล่าวชื่นชมความกล้าหาญ พร้อมทั้งให้โอกาสในการยอมจำนน แลกกับความมั่งคั่งและอำนาจมากมาย แต่ลีโอไนดัสปฏิเสธ ทั้งยังตั้งปฏิญาณจะทำให้สมมติเทพอย่างเซอร์เซสหลั่งเลือดอีกด้วย ในการปะทะกัน ด้วยการตั้งรูปขบวนที่แข็งแกร่ง ทำให้ทัพสปาร์ตาสามารถเอาชนะทัพแรกของเปอร์เซียได้ กษัตริย์เซอร์เซสส่งกองทัพมาต่อสู้อีกหลายครั้ง แต่ก็โดนเหล่านักรบสปาร์ตันและกองหนุนทำลายได้ทุกครั้ง ขณะเดียวกัน เอฟิอัลทีสที่น้อยเนื้อต่ำใจ ได้หันไปสวามิภักดิ์แด่เซอร์เซส และบอกความลับทางภูมิศาสตร์ให้เซอร์เซสทราบ ทำให้กองทัพอาร์เคเดียนที่รู้ข่าวขอถอยทัพออกมาเนื่องจากเกรงจะสู้ไม่ได้ แต่ลีโอไนดัสยังยืนยันจะออกรบต่อไป และให้ดีลิออสที่สูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่งจากการรบให้กลับมาแจ้งข่าวแก่ทางสภาเมือง

ที่เมืองสปาร์ตา ราชินีกอร์โกปฏิเสธข้อเสนอของเธอรอน นักการเมืองฉ้อฉลที่หวังจะให้ราชินีมีสัมพันธ์กับตน แลกกับการอนุญาตส่งทหารออกไปเสริมทัพแก่ลีโอไนดัส ในการประชุมสภา เธอรอนประกาศว่ากอร์โกนั้นไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นราชินี จึงโดนกอร์โกใช้มีดแทง เผยให้เห็นเหรียญตราของเซอร์เซสในกระเป๋า ซึ่งใช้ติดสินบนเธอรอน เมื่อทราบดังนี้ ทางสภาจึงรวมกำลังกันวางแผนต่อต้านเปอร์เซีย

ในหุบเขาลานศึก ทัพของเปอร์เซียเข้าล้อมทัพสปาร์ตัน และบังคับให้ลีโอไนดัสยอมจำนนแก่เซอร์เซสเป็นครั้งสุดท้าย ลีโอไนดัสทิ้งเกราะและโล่ห์ คุกเข่าเหมือนจะยอมให้ แต่กลับสั่งให้ทหารนายหนึ่งโจมตีกลับทันที เห็นดังนั้น เซอร์เซสจึงโกรธจัดและสั่งให้สังหารทัพสปาร์ตันทันที ท่ามกลางห่าฝนลูกธนูที่รายล้อม ลีโอไนดัสคว้าทวนคู่กายขว้างไปเฉี่ยวแก้มของเซอร์เซสจนบาดเจ็บ และหลั่งเลือดตามที่เขาเคยลั่นวาจาไว้ ลีโอไนดัสรวมทั้งทหารสปาร์ตันทั้งสามร้อยนายถูกสังหารสิ้น

ดีลิออสสรุปเรื่องราวทั้งหมดซึ่งเกิดขึ้นหนึ่งปีก่อนหน้าให้ทหารแห่งกองทัพฟัง และประกาศก้องให้เหล่าทหารร่วมกันสรรเสริญวีรกรรมของสปาร์ตันทั้งสามร้อยนาย รวมทั้งเผยให้เห็นกองกำลังของสปาร์ตันที่บัดนี้มีถึงหมื่นนาย และทหารจากกรีกอีกกว่าสามหมื่น จะรวมพลังกันต่อต้านกองทัพเปอร์เซียแม้จะมีกำลังมากกว่าถึงสามเท่าก็ตาม ก่อนจะนำทัพเข้าปะทะกันเกิดเป็นสงครามแห่งทุ่งราบพลาเทียในเวลาต่อมา

ความถูกต้องทางประวัติศาสตร์

พอล คาร์ตเลดจ์ ศาสตราจารย์ด้านวัฒนธรรมกรีก มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์กล่าวว่าภาพยนตร์มีความคลาดเคลื่อนหลายอย่าง เช่น กษัตริย์ดาไรอัสที่ 1 ไม่ได้ถูกปลงพระชนม์ในยุทธการที่มาราธอนและพระองค์กับเซอร์ซีส พระราชโอรสก็ไม่ได้อยู่ในสมรภูมิดังกล่าว รวมถึงอาร์เทมีเชียซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้วเป็นราชินีแห่งแฮลิคาร์แนสซัส ไม่ใช่ทาสและไม่ได้ถูกฆ่าในยุทธนาวีที่ซาลามิส นอกจากนี้กองเรือพันธมิตรกรีกในยุทธนาวีดังกล่าวมีจำนวน 400 ลำ ไม่ได้มีจำนวนมากมายเหมือนในภาพยนตร์ ดูหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

หนังภาพยนตร์ 300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก 

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก (300) เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีของสหรัฐใน พ.ศ. 2550 ที่มาจากการ์ตูนชุดใน พ.ศ. 2541 ที่มีชื่อเดียวกันของแฟรงก์ มิลเลอร์ เป็นฉากเกี่ยวกับการสู้รบที่เทอร์มอพิลี ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยแซ็ค สไนเดอร์ ส่วนมิลเลอร์ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการบริหารและที่ปรึกษา โครงเรื่องเกี่ยวกับพระราชาเลโอไนดัส ที่นำชาวสปาร์ตา 300 คนไปต่อสู้กับกองทัพเปอร์เซียนับล้านคนที่นำโดยพระเจ้าเซอร์เซส เรื่องราวจะเล่าโดยดีลิออส ทหารสปาร์ตา

เนื้อเรื่อง

ดีลิออส ได้กล่าวเล่าเรื่องของกษัตริย์ลีโอไนดัสที่ได้รับการฝึกฝนวิชาศึกตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ กระทั่งยามขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งสปาร์ตา ทางเปอร์เซียได้ส่งทูตมาเจรจาให้ยอมเป็นเมืองขึ้นแก่กษัตริย์เซอร์เซส แต่ลีโอไนดัสไม่ยอม และสังหารเหล่าผู้ส่งสารจากเปอร์เซียจนสิ้น เมื่อลีโอไนดัสเดินทางไปเยี่ยมนักบวชอีฟอร์ เพื่อขอคำทำนายและแจกแจงแผนการรบ โดยการบีบให้กองทัพเปอร์เซียนเดินทางผ่านช่องหุบเขา เพื่อจำกัดจำนวนของนักรบที่มีมากกว่าทางสปาร์ตา และผลักพวกเปอร์เซียนลงหน้าผาไป เหล่านักบวชอีฟอร์ปรึกษากับเทพยากรณ์ ได้รับคำแนะนำว่าสปาร์ตามิควรออกศึกโดยเด็ดขาด แต่ลีโอไนดัสเพิกเฉยและลากจากมา โดยหารู้ไม่ว่านักบวชอีฟอร์ได้รับสินบนจากนักการทูตของกษัตริย์เซอร์เซส

ลีโอไนดัสรวบรวมกองทัพทั้งสามร้อยนาย เดินทางไปร่วมกับนักรบชาวอาร์เคเดียและกรีกบางส่วน ร่วมกันสร้างกำแพงเพื่อต่อต้านการเดินทัพของชาวเปอร์เซีย ขณะเดียวกัน ลีโอไนดัสได้พบกับเอฟีอัลทีส นักรบสปาร์ตันที่มีรูปร่างพิกลพิการ ซึ่งตั้งใจจะร่วมศึกตามคำสั่งเสียของบิดามารดา แต่ด้วยความพิการของเอฟีอัลทีสเองทำให้กษัตริย์ปฏิเสธ

กษัตริย์เซอร์เซสเดินทางมาพบลีโอไนดัสด้วยตนเอง และกล่าวชื่นชมความกล้าหาญ พร้อมทั้งให้โอกาสในการยอมจำนน แลกกับความมั่งคั่งและอำนาจมากมาย แต่ลีโอไนดัสปฏิเสธ ทั้งยังตั้งปฏิญาณจะทำให้สมมติเทพอย่างเซอร์เซสหลั่งเลือดอีกด้วย ในการปะทะกัน ด้วยการตั้งรูปขบวนที่แข็งแกร่ง ทำให้ทัพสปาร์ตาสามารถเอาชนะทัพแรกของเปอร์เซียได้ กษัตริย์เซอร์เซสส่งกองทัพมาต่อสู้อีกหลายครั้ง แต่ก็โดนเหล่านักรบสปาร์ตันและกองหนุนทำลายได้ทุกครั้ง ขณะเดียวกัน เอฟิอัลทีสที่น้อยเนื้อต่ำใจ ได้หันไปสวามิภักดิ์แด่เซอร์เซส และบอกความลับทางภูมิศาสตร์ให้เซอร์เซสทราบ ทำให้กองทัพอาร์เคเดียนที่รู้ข่าวขอถอยทัพออกมาเนื่องจากเกรงจะสู้ไม่ได้ แต่ลีโอไนดัสยังยืนยันจะออกรบต่อไป และให้ดีลิออสที่สูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่งจากการรบให้กลับมาแจ้งข่าวแก่ทางสภาเมือง

ที่เมืองสปาร์ตา ราชินีกอร์โกปฏิเสธข้อเสนอของเธอรอน นักการเมืองฉ้อฉลที่หวังจะให้ราชินีมีสัมพันธ์กับตน แลกกับการอนุญาตส่งทหารออกไปเสริมทัพแก่ลีโอไนดัส ในการประชุมสภา เธอรอนประกาศว่ากอร์โกนั้นไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นราชินี จึงโดนกอร์โกใช้มีดแทง เผยให้เห็นเหรียญตราของเซอร์เซสในกระเป๋า ซึ่งใช้ติดสินบนเธอรอน เมื่อทราบดังนี้ ทางสภาจึงรวมกำลังกันวางแผนต่อต้านเปอร์เซีย

ในหุบเขาลานศึก ทัพของเปอร์เซียเข้าล้อมทัพสปาร์ตัน และบังคับให้ลีโอไนดัสยอมจำนนแก่เซอร์เซสเป็นครั้งสุดท้าย ลีโอไนดัสทิ้งเกราะและโล่ห์ คุกเข่าเหมือนจะยอมให้ แต่กลับสั่งให้ทหารนายหนึ่งโจมตีกลับทันที เห็นดังนั้น เซอร์เซสจึงโกรธจัดและสั่งให้สังหารทัพสปาร์ตันทันที ท่ามกลางห่าฝนลูกธนูที่รายล้อม ลีโอไนดัสคว้าทวนคู่กายขว้างไปเฉี่ยวแก้มของเซอร์เซสจนบาดเจ็บ และหลั่งเลือดตามที่เขาเคยลั่นวาจาไว้ ลีโอไนดัสรวมทั้งทหารสปาร์ตันทั้งสามร้อยนายถูกสังหารสิ้น

ดีลิออสสรุปเรื่องราวทั้งหมดซึ่งเกิดขึ้นหนึ่งปีก่อนหน้าให้ทหารแห่งกองทัพฟัง และประกาศก้องให้เหล่าทหารร่วมกันสรรเสริญวีรกรรมของสปาร์ตันทั้งสามร้อยนาย รวมทั้งเผยให้เห็นกองกำลังของสปาร์ตันที่บัดนี้มีถึงหมื่นนาย และทหารจากกรีกอีกกว่าสามหมื่น จะรวมพลังกันต่อต้านกองทัพเปอร์เซียแม้จะมีกำลังมากกว่าถึงสามเท่าก็ตาม ก่อนจะนำทัพเข้าปะทะกันเกิดเป็นสงครามแห่งทุ่งราบพลาเทียในเวลาต่อมา

นักแสดง

  • เจอราร์ด บัตเลอร์ รับบท กษัตริย์เลโอไนดัสแห่งสปาร์ตา
  • ลีนา ฮีดดี รับบท ราชินีกอร์โกแห่งสปาร์ตา
  • เดวิด เวนแฮม รับบท ดีลิออส นักรบชาวสปาร์ตา
  • โรดรีกู ซานโตรู รับบท จักรพรรดิเซอร์เซสแห่งเปอร์เซีย
  • ดอมินิก เวสต์ รับบท เธอรอน นักการเมืองผู้ฉ้อฉลชาวสปาร์ตา
  • ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ รับบท สเตลิออส นักรบชาวสปาร์ตา

ภาคต่อ

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก มีภาคต่อคือ 300 มหาศึกกำเนิดอาณาจักร (300: Rise of an Empire) ออกฉายในสหรัฐอเมริกา วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557

300 มหาศึกกำเนิดอาณาจักร

300 มหาศึกกำเนิดอาณาจักร (อังกฤษ: 300: Rise of an Empire) เป็นภาพยนตร์ประวัติศาสตร์/สงคราม/จินตนิมิต กำกับโดยโนม เมอร์โร ร่วมอำนวยการสร้างและเขียนบทโดยแซ็ค สไนเดอร์ โดยอิงจากหนังสือการ์ตูนที่ยังไม่ออกเผยแพร่ชื่อ Xerxes ของแฟรงก์ มิลเลอร์ นำแสดงโดยซัลลิแวน สเตเพิลตัน, อีวา กรีน, ลีนา ฮีดดี, ฮันส์ แมทีสัน, เดวิด เวนแฮมและโรดรีกู ซานโตรู ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก 300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก โดยดำเนินเรื่องไปพร้อมกับภาคก่อนและมีเหตุการณ์ในยุทธนาวีที่อาร์ทีมีเซียมและยุทธนาวีที่ซาลามิส ออกฉายในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 2014

เรื่องย่อ

ราชินีกอร์โกแห่งสปาร์ตาเล่าเรื่องยุทธการที่มาราธอนให้ทหารของพระองค์ฟัง ราชินีกอร์โกเล่าว่ากษัตริย์ดารีอัสถูกเธมิสโตคลีส แม่ทัพชาวเอเธนส์ปลงพระชนม์เมื่อ 10 ปีก่อนโดยมีเซอร์ซีส พระราชโอรสของกษัตริย์ดารีอัสอยู่ในเหตุการณ์ หลังกษัตริย์ดารีอัสเสด็จสวรรคต อาร์เทมีเชีย แม่ทัพของฝ่ายเปอร์เซียบอกเซอร์ซีสว่า “มีแต่เทพเจ้าเท่านั้นที่สยบกรีกได้” และส่งเซอร์ซีสไปที่ถ้ำกลางทะเลทรายเพื่อทำพิธีให้เซอร์ซีสกลายเป็น “ราชาเทพ” เซอร์ซีสกลับมาและประกาศสงครามกับกรีกเพื่อล้างแค้นให้พระราชบิดา

เมื่อฝ่ายเปอร์เซียเดินทัพมาถึงเทอร์มอพิลี เธมิสโตคลีสปรึกษากับที่ประชุมและเสนอให้จัดกองเรือเพื่อต่อต้านเปอร์เซีย เธมิสโตคลีสเดินทางไปที่สปาร์ตาเพื่อขอความช่วยเหลือจากกษัตริย์เลโอไนดัส แต่พบราชินีกอร์โกซึ่งปฏิเสธไม่ร่วมเป็นพันธมิตรกับเอเธนส์ ต่อมาเธมิสโตคลีสพบกับสคิลเลียส ซึ่งลอบเข้าไปสืบข่าวฝ่ายเปอร์เซีย สคิลเลียสเล่าว่าอาร์เทมีเชียเป็นชาวกรีก แต่ครอบครัวของเธอถูกทหารกรีกฆ่าตาย ส่วนเธอถูกส่งไปเป็นทาส ต่อมาได้รับความช่วยเหลือจากทูตชาวเปอร์เซียที่ฝึกให้เธอกลายเป็นนักรบและรับใช้กษัตริย์ดารีอัส สคิลเลียสยังบอกอีกว่าตอนนี้กษัตริย์เลโอไนดัสและทหาร 300 นายกำลังเดินทัพไปที่เทอร์มอพิลี

เธมิสโตคลีสนำกองเรือ 50 ลำไปทำการรบที่อาร์ทีมีเซียมในทะเลอีเจียน วันต่อมา เธมิสโตคลีสล่อทัพเรือเปอร์เซียเข้าไปติดกับแล้วทำลายทัพเปอร์เซียจนย่อยยับ อาร์เทมีเชียซึ่งประทับใจในความสามารถของเธมิสโตคลีสขอพบเขา ทั้งสองพบกันบนเรือเปอร์เซียและมีเพศสัมพันธ์กัน อาร์เทมีเชียพยายามโน้มน้าวให้เธมิสโตคลีสย้ายข้าง แต่เธมิสโตคลีสปฏิเสธ

ต่อมาฝ่ายเปอร์เซียใช้แผนปล่อยน้ำมันลงทะเลและให้ทหารว่ายไปขึ้นเรือกรีกเพื่อระเบิดเรือ แต่กลับทำให้เรือทั้งสองฝ่ายระเบิด เธมิสโตคลีสถูกแรงระเบิดจนกระเด็นตกน้ำ แต่ได้รับความช่วยเหลือจากเอสคิลัส เธมิสโตคลีสพบว่าฝ่ายตนเหลือเรืออยู่ 6 ลำและทหารไม่กี่ร้อยคนที่รอดจากการปะทะกันก่อนหน้า

แด็กซอส แม่ทัพชาวอาร์คาเดียเดินทางมาบอกเธมิสโตคลีสว่ากองทัพสปาร์ตา 300 นายที่เทอร์มอพิลีถูกฆ่าทั้งหมด เธมิสโตคลีสกลับไปที่เอเธนส์และพบกับเอฟิอัลทีส คนค่อมผู้ทรยศกองทัพสปาร์ตาที่เทอร์มอพิลี เอฟิอัลทีสบอกเธมิสโตคลีสว่าเซอร์ซีสกำลังเดินทัพมาที่เอเธนส์และจะเผาที่นี่ให้เป็นจุล แต่เธมิสโตคลีสตอบกลับไปว่าจะรวบรวมกองเรือเพื่อสู้กับฝ่ายเปอร์เซียที่อ่าวซาลามิส เธมิสโตคลีสไปที่สปาร์ตาและคืนดาบของกษัตริย์เลโอไนดัสให้ราชินีกอร์โก พร้อมทั้งขอให้พระองค์ช่วยเหลือทัพกรีกเพื่อเป็นการล้างแค้นให้พระสวามี

กองทัพของเซอร์ซีสมาถึงเอเธนส์และฆ่าผู้คน พร้อมกับเผาเมือง เมื่ออาร์เทมีเชียรู้ข่าวว่าเธมิสโตคลีสยังไม่ตาย เธอสั่งให้กองเรือเตรียมพร้อมทำศึก เซอร์ซีสพยายามเตือนว่านี่อาจเป็นกลลวง แต่อาร์เทมีเชียไม่ฟัง ทัพเรือฝ่ายกรีกและเปอร์เซียปะทะกันที่อ่าวซาลามิส เธมิสโตคลีสและอาร์เทมีเชียสู้กันจนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ ในตอนนั้นราชินีกอร์โกนำกองเรือของพันธมิตรกรีกมาช่วยเธมิสโตคลีส เธมิสโตคลีสสั่งให้อาร์เทมีเชียยอมจำนนแต่เธอปฏิเสธ จึงถูกเธมิสโตคลีสแทงจนตาย ภาพยนตร์จบลงเมื่อกองเรือพันธมิตรของกรีกร่วมกันโจมตีฝ่ายเปอร์เซีย

นักแสดง

  • ซัลลิแวน สเตเพิลตัน รับบท เธมิสโตคลีส แม่ทัพชาวเอเธนส์
  • อีวา กรีน รับบท อาร์เทมีเชีย แม่ทัพฝ่ายเปอร์เซีย
    • เคตลิน คาร์ไมเคิล รับบท อาร์เทมีเชียในวัย 8 ปี
    • เจด ชิโนเวธ รับบท อาร์เทมีเชียในวัย 13 ปี
  • ลีนา ฮีดดี รับบท ราชินีกอร์โกแห่งสปาร์ตา
  • โรดรีกู ซานโตรู รับบท จักรพรรดิเซอร์ซีสแห่งเปอร์เซีย
  • ฮันส์ แมทีสัน รับบท เอสคิลัส
  • เดวิด เวนแฮม รับบท ดิลีออส
  • คัลแลน มัลวีย์ รับบท สคิลเลียส
  • ยิกัล นาออร์ รับบท จักรพรรดิดาไรอัสที่ 1 พระราชบิดาของจักรพรรดิเซอร์ซีส
  • ปีเตอร์ เมนซาห์ รับบท ทูตชาวเปอร์เซีย / ผู้ดูแลอาร์เทมีเชีย
  • เจอราร์ด บัตเลอร์ รับบท กษัตริย์เลโอไนดัสแห่งสปาร์ตา (ภาพย้อนหลัง)
  • แอนดรูว์ พลีวิน รับบท แด็กซอส แม่ทัพชาวอาร์คาเดีย
  • แอนดรูว์ เทียร์แนน รับบท เอฟิอัลทีส

ความถูกต้องทางประวัติศาสตร์

พอล คาร์ตเลดจ์ ศาสตราจารย์ด้านวัฒนธรรมกรีก มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์กล่าวว่าภาพยนตร์มีความคลาดเคลื่อนหลายอย่าง เช่น กษัตริย์ดาไรอัสที่ 1 ไม่ได้ถูกปลงพระชนม์ในยุทธการที่มาราธอนและพระองค์กับเซอร์ซีส พระราชโอรสก็ไม่ได้อยู่ในสมรภูมิดังกล่าว รวมถึงอาร์เทมีเชียซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้วเป็นราชินีแห่งแฮลิคาร์แนสซัส ไม่ใช่ทาสและไม่ได้ถูกฆ่าในยุทธนาวีที่ซาลามิส นอกจากนี้กองเรือพันธมิตรกรีกในยุทธนาวีดังกล่าวมีจำนวน 400 ลำ ไม่ได้มีจำนวนมากมายเหมือนในภาพยนตร์ ดูหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *