ซีรีส์ฝรั่งห้ามพลาด ในช่วงโควิด-19 วันหยุดนี้ไม่มีเหงา เอาใจสายขี้เหงา

ซีรีส์ฝรั่งห้ามพลาด ในช่วงโควิด-19 วันหยุดนี้ไม่มีเหงา เอาใจสายขี้เหงา เนื้อหาของซีรีส์แต่ละเรื่องจะเป็นอย่างไร จะสนุกแค่ไหน ติดตามชมได้เลย

Prison Break (Season 1 – Season 5) Prison Break เป็นซีรีส์ยอดนิยม ที่สร้างปรากฎการณ์ทำให้คนแห่มาดูซีรีส์ในเมืองไทยอย่างคับคั่ง ด้วยเรื่องราวตื่นเต้นสนุกน่าติดตามจนทำให้หลายคนติดงอมแงม โดยซีรีย์ชุดนี้มีทั้งสิ้น 5 ซีซั่น เรื่องราวของ Dominic Purcell (Lincoln Burrows) ได้รับโทษฐานฆาตกรรมเทอร์เรนส์ สเตดแมน (Jeff Perry) น้องชายของรองประธานาธิบดี ด้วยหลักฐานอันหนาแน่นทำให้เขาถูกตัดสินว่าผิดจริง ลินคอล์นถูกตัดสินประหารชีวิต และถูกส่งไปกักกันตัวที่คุกฟ็อกซ์ริเวอร์สเตตเพื่อรอรับโทษ น้องชายของลินคอล์นผู้เฉลียวฉลาดเป็นวิศวกรโครงสร้าง Michael Scofield (Wentworth Miller) ได้พยายามจะวางแผนช่วยพี่ชายของเขาหนีออกจากคุก เขาทำการปล้นธนาคารเพื่อให้ได้จำคุกที่คุกฟอกซ์ริเวอร์ที่เดียวกับพี่ชาย เขาได้ทำงานแข่งกับเวลาอีกทั้งอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเขาร่วมมือกับนักโทษภายในคุกเพื่อจะเอาพี่ชายของเขาออกมาให้ได้

Prison Break Season 2 : แผนลับแหกคุกนรก ปี 1 (2002) พระเอกพยายามทำผิดกฏหมายเพื่อให้ตัวเองได้เข้าไปติดคุกที่เดียวกับพี่ชาย ที่กำลังจะโดนประหารข้อหา ฆ่าน้องชายรองประธานาธิบดี แต่พี่ชายยืนยันว่าตนโดนใส่ร้าย พระเอกจึงต้องการจะเข้าไปแหกคุกพาพี่ชายหนี จุดเริ่มต้นดูเล็กน้อย แต่ว่า ทุกเหตุการณ์ต้องมีการวางแผน ทุกอย่างต้องแยบยล โดยมีอุปสรรคเข้ามาเป็นระยะ ๆ ทั้ง เวลาประหารที่ใกล้เข้ามา การดำเนินตามแผนการณ์ เหล่านักโทษที่ไม่ชอบหน้า และกลุ่มคนที่วางแผนใส่ร้ายนั้นก็คุกคามครอบครัวคนอื่น ๆ ที่อยู่นอกคุก เนื้อเรื่องชวนติดตาม คอยลุ้นตลอดว่า พระเอกจะคิดยังไงต่อไป จะทำยังไงต่อ คนเขียนบทเขียนได้ดีมากการดำเนินเรื่องมีอุปสรรคตลอด และดึงเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตัวละคร ทั้งสงสาร ทั้งกดดัน และเอาใจช่วยถอนหายใจก็หลายหน บางตอนถึงกับปิดตา Smiley “เอ้ย อย่านะ อย่านะ อย่า อย่า…” 555 (อินไปนิด) ลุ้นจนหมอนจะขาด ทั้งกอด ทั้งบิด วุ้ย ตื่นเต้น ส่วนที่ชอบคือ บุคลิกพระเอก ซึ่งเป็นคนที่ฉลาด และรักครอบครัวซึ่งก็คือพี่ชายมาก ถึงขนาดที่ยอมละทิ้งหน้าที่การงานอันมั่นคง ยอมติดคุกเพื่อมาพาพี่หนีออกไป ในเรื่องเป็นคนพูดน้อย คิดเยอะ และแสดงออกทางสายตาเป็นหลัก กล้องมักซูมตาสีฟ้า ๆ เวลาครุ่นคิด ( ใจละลาย) ยิ่งเวลาถอดเสื้อ โห รอยสักได้ใจมาก ๆ ดูเป็น bad boy แบบเถื่อน ๆ นอกจากจะกรี๊ดเนื้อเรื่องแล้ว ขอแถมด้วยพระเอกอีกนิดคงไม่เป็นไรกระมัง อุอิ Smiley จบตรงที่พระเอกพาพี่ชายหนีออกมาได้ และกำลังหนีการไล่ล่าของตำรวจ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามตอนต่อไป

Prison Break Season 2 : แผนลับแหกคุกนรก ปี 2 (2003) เรื่องราวต่อเนื่องจากภาคที่แล้ว ที่พระเอก ไมเคิล สกอฟิลล์ พาพี่ชาย ลินคอร์น เบอร์โลว์ และเพื่อนๆแหกคุกออกมาได้ทั้งหมด 8 คน เมื่อออกมาแล้ว ทุกคนต้องหนีเอาตัวรอดตาเส้นทางของแต่ละคนและก็มีเป้าหมายอยู่ที่เงิน 5 ล้านของ ดีบี คูเปอร์ ซึ่งเงินก้อนนี้จำเป็นต่อการอยู่รอดของทุกคนจึงเปรียบเสมือนแม่เหล็กที่ดึงทุกคนกลับมาร่วมมือกันอีกครั้ง นอกจากนั้นตำรวจฝีมือดีอย่างอเล็กซานเดอร์ มาโฮน (William Fichtner) ที่สามาถแกะรอยเส้นทางการหนีของสกอฟิลล์ได้อย่างน่าติดตาม ในปีที่ 2 นี้เราจะได้พบกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการจับกลุ่มของตัวละครที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนและผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงตลอดทุกตอน ติดตามการหนีการตามล่าของทั้งตำรวจและองค์กรลับ “The Company” ตลอดจนการช่วงชิงเงิน 5 ล้านที่เป็นเป้าหมายของทุกคนได้ใน Prison Break Season 2

หลังจากที่ดูซีรีย์ชุดนี้ปี 1 จบก็ไปหาปีที่ 2 มาดูอย่างต่อเนื่อง ในปี 2 นี้เนื้อเรื่องยังคงเฉียบขาดและเข้มข้นเช่นเคยถึงแม้หลายๆคนจะมองว่าพอออกนอกคุกแล้วมันไม่ค่อยสนุกเท่าในคุกก็เถอะนะ ในปีนี้สกอฟิลล์พระเอกนอกจากจะต้องดำเนินแผนตามที่เขียนไว้บนร่างกายของตัวเองแล้วยังต้องระวังหลังเพราะภาคนี้มีตำรวจมือดีอย่างอเล็ก มาโฮนที่อ่านแผนการของสกอฟิลล์ออกอย่างเหลือเชื่อทำให้การช่วงชิงจังหวะของ 2 คนนี้น่าดูมากครับ ตรงนี้ขอชมคนเขียนบทนะว่าสร้างตัวละครตัวนี้มาข่มกับสกอฟิลล์ได้ดีครับ ทำให้ไม่รู้สึกว่าอะไรๆที่สกอฟิลล์ทำจะง่ายไปหมด
นอกจากสกอฟิลล์และเบอร์โลว์แล้วคนอื่นๆอีก 6 คนที่หนีออกมาล้วนแล้วแต่แยกกันหนีด้วยเหตุผลที่ต่างกันไป ซึ่งตรงนี้ขอชี้ให้เห็นว่าคนเขียนบทเขียนออกมาได้ดีมากเพราะสามารถแสดงให้เราได้เห็นถึงวิถีการดำรงชีวิตของแต่ละคนและที่สำคัญทางเลือกครับโดยเฉพาะแบ็คเวล หมอนี่เลือกเส้นทางเพื่อแก้ปมในใจของตนเองซึ่งอาจจะเป็นทางเลือกที่ไม่ฉลาดนักแต่เหมาะสมกับคนอย่างเขา อย่างไรก็ดีไม่ว่าคนที่หนีมาจะมีเป้าหมายอย่างไร แต่ทุกคนถูกความจำเป็นบังคับทำให้พบกันและต้องมาแย่งชิงเงิน 5 ล้าน สังเกตุเงินดีๆนะเปลี่ยนมือเร็วมากและดูไว้นะเงินก้อนนี้ล่ะแสดงให้เห็นถึงความหมายของคำว่าข้อตกลง

Prison Break Season 2 : แผนลับแหกคุกนรก ปี 3 (2005) ปีที่ 3 Prison Break ในปีนี้เรื่องราวยังคงเข้มข้นเช่นเดิม เมื่อความผิดพลาดเล็กน้อยในภาคที่แล้วและแผนการของ The Company ทำให้ ไมเคิ่ล สกอฟิลล์ ต้องติดคุกที่สุดโหดที่หนึ่งในโลกคือ คุกโซน่าในประเทศปานามาซึ่งเป็นคุกไร้ซึ่งผู้คุมเป็นแหล่งรวมของเดนทรชนอย่างแท้จริง ในคุกนั้นสกอฟิลล์ได้รับการติดต่อจาก The Company ให้นำตัวคนๆหนึ่งแหกคุกออกมาด้วย ซึ่งคนๆนี้กุมความลับบางอย่างขององค์กรเอาไว้ เพื่อแลกกับความปลอดภัยของซาร่าและแอลเจ สกอฟิลล์จึงต้องใช้ความพยายามยิ่งกว่าที่ผ่านมาในการแหกคุก ติดตามการแหกคุกครั้งที่ 2 ของ ไมเคิ่ล สกอฟิลล์ที่แสนจะยากลำบากและประสบปัญหามากมาย เพราะทุกอย่างเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การทำตามแผนเช่นเคยอีกต่อไป แล้ว สกอฟิลล์จะแก้ปัญหาและเอาตัวรอดจากสถานการณ์และแหกคุกที่โหดสุดๆแบบนี้ได้ หรือไม่ติดตามทั้งหมดได้ในปีที่ 3 กับ Prison Break

หลังจากการหนีเอาตัวรอดอย่างสุดความสามารถในปีที่ 2 กลับมาในปีที่ 3 สกอฟิลล์ติดคุกอีกแล้ว แต่คุกคราวนี้ความเป็นอยู่ไม่ดีเหมือนฟ๊อกซ์ริเวอร์นะ เพราะคุกโซน่าเป็นคุกที่สกปรกประมาณว่าอยู่กันตามมีตามเกิดและไม่มีผู้คุมทำให้ในคุกผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด ในคุกโซน่านั้นนอกจากสกอฟิลล์แล้วยังมีเพื่อนเก่าของเขามาติดด้วย 3 คนได้แก่ แบ็คเวล มาโฮน และ เบลิค เมื่อเขาไปในคุกได้ไม่นานสกอฟิลล์ได้รับการติดต่อจากเกรทเช่น มอร์แกน (Jodi Lyn O’keefe) ให้ช่วยคนๆหนึ่งออกจากโซน่า ซึ่งคนๆนี้กุมความลับสำคัญเอาไว้
คุกโซน่าเป็นคุกที่สุดโหดไม่มีใครเคยแหกได้มาก่อน กฎอย่างหนึ่งของคุกนี้คือฆ่าก่อนถามทีหลัง การจะหนีอกจากที่นี่เป็นเรื่องที่ว่ากันว่าเป็นไปไม่ได้ สกอฟิลล์จึงจำเป็นต้องวางแผนและหาทางออกจากโซน่าแต่ครั้งนี้ยากมากๆ เพราะสถานการณ์ค่อนข้างสดมากและปัจจัยต่างๆควบคุมได้ยาก สกอฟิลล์ต้องพยายามรวมตัวกับพวกเพื่อนเก่าเพื่อหาทางออกจากโซน่าด้วยวิธีการที่แสนชาญฉลาดอีกเช่นเคย พร้อมกับต้องพยายามทำตามเงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยของซาร่าและแอลเจ
สำหรับภาคนี้คิดว่าบทของหนังแสดงความเป็นอยู่ของคนในโซน่าได้ดี ตลอดจนการปรับตัวเพื่อการเอาตัวรอดของตัวละครหลักแต่ละคนที่ต้องไปอยู่ในโซน่า คนแบบไหนจะใช้ชีวิตในโซน่าได้ดีกว่ากันในการเอาตัวรอด สิ่งที่ชอบในภาคนี้คือความสดของสถานการณ์ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมากและยากแก่การควบคุมรวมถึงความกดดันที่โถมเข้ามาทำให้สกอฟิลล์ต้องคิดภายใต้แรงกดดันที่มาก ตรงนี้อยากให้หลายๆคนที่ชมลองดูวุฒิภาวะของสกอฟิลล์ให้ดีๆนะครับสุดยอดจริงๆ ลองดูการคิดภายใต้เงื่อนไขและความกดดันดูค่ะ
เป็นอีกปีที่ทำออกมาได้ไม่ยาวมากแต่เนื้อเรื่องออกมาได้ดีตามมาตรฐาน ควรหามาชมดูค่าาาา
Prison Break Season 2 : แผนลับแหกคุกนรก ปี 3 (2005)
ปีที่ 3 Prison Break ในปีนี้เรื่องราวยังคงเข้มข้นเช่นเดิม เมื่อความผิดพลาดเล็กน้อยในภาคที่แล้วและแผนการของ The Company ทำให้ ไมเคิ่ล สกอฟิลล์ ต้องติดคุกที่สุดโหดที่หนึ่งในโลกคือ คุกโซน่าในประเทศปานามาซึ่งเป็นคุกไร้ซึ่งผู้คุมเป็นแหล่งรวมของเดนทรชนอย่างแท้จริง ในคุกนั้นสกอฟิลล์ได้รับการติดต่อจาก The Company ให้นำตัวคนๆหนึ่งแหกคุกออกมาด้วย ซึ่งคนๆนี้กุมความลับบางอย่างขององค์กรเอาไว้ เพื่อแลกกับความปลอดภัยของซาร่าและแอลเจ สกอฟิลล์จึงต้องใช้ความพยายามยิ่งกว่าที่ผ่านมาในการแหกคุก ติดตามการแหกคุกครั้งที่ 2 ของ ไมเคิ่ล สกอฟิลล์ที่แสนจะยากลำบากและประสบปัญหามากมาย เพราะทุกอย่างเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การทำตามแผนเช่นเคยอีกต่อไป แล้ว สกอฟิลล์จะแก้ปัญหาและเอาตัวรอดจากสถานการณ์และแหกคุกที่โหดสุดๆแบบนี้ได้ หรือไม่ติดตามทั้งหมดได้ในปีที่ 3 กับ Prison Break
หลังจากการหนีเอาตัวรอดอย่างสุดความสามารถในปีที่ 2 กลับมาในปีที่ 3 สกอฟิลล์ติดคุกอีกแล้ว แต่คุกคราวนี้ความเป็นอยู่ไม่ดีเหมือนฟ๊อกซ์ริเวอร์นะ เพราะคุกโซน่าเป็นคุกที่สกปรกประมาณว่าอยู่กันตามมีตามเกิดและไม่มีผู้คุมทำให้ในคุกผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด ในคุกโซน่านั้นนอกจากสกอฟิลล์แล้วยังมีเพื่อนเก่าของเขามาติดด้วย 3 คนได้แก่ แบ็คเวล มาโฮน และ เบลิค เมื่อเขาไปในคุกได้ไม่นานสกอฟิลล์ได้รับการติดต่อจากเกรทเช่น มอร์แกน (Jodi Lyn O’keefe) ให้ช่วยคนๆหนึ่งออกจากโซน่า ซึ่งคนๆนี้กุมความลับสำคัญเอาไว้
คุกโซน่าเป็นคุกที่สุดโหดไม่มีใครเคยแหกได้มาก่อน กฎอย่างหนึ่งของคุกนี้คือฆ่าก่อนถามทีหลัง การจะหนีอกจากที่นี่เป็นเรื่องที่ว่ากันว่าเป็นไปไม่ได้ สกอฟิลล์จึงจำเป็นต้องวางแผนและหาทางออกจากโซน่าแต่ครั้งนี้ยากมากๆ เพราะสถานการณ์ค่อนข้างสดมากและปัจจัยต่างๆควบคุมได้ยาก สกอฟิลล์ต้องพยายามรวมตัวกับพวกเพื่อนเก่าเพื่อหาทางออกจากโซน่าด้วยวิธีการที่แสนชาญฉลาดอีกเช่นเคย พร้อมกับต้องพยายามทำตามเงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยของซาร่าและแอลเจ
สำหรับภาคนี้คิดว่าบทของหนังแสดงความเป็นอยู่ของคนในโซน่าได้ดี ตลอดจนการปรับตัวเพื่อการเอาตัวรอดของตัวละครหลักแต่ละคนที่ต้องไปอยู่ในโซน่า คนแบบไหนจะใช้ชีวิตในโซน่าได้ดีกว่ากันในการเอาตัวรอด สิ่งที่ชอบในภาคนี้คือความสดของสถานการณ์ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมากและยากแก่การควบคุมรวมถึงความกดดันที่โถมเข้ามาทำให้สกอฟิลล์ต้องคิดภายใต้แรงกดดันที่มาก ตรงนี้อยากให้หลายๆคนที่ชมลองดูวุฒิภาวะของสกอฟิลล์ให้ดีๆนะครับสุดยอดจริงๆ ลองดูการคิดภายใต้เงื่อนไขและความกดดันดูค่ะ

Prison Break Season 4 : แผนลับแหกคุกนรก ปี 4 (2008) หลังจากหลบหนีออกมาจากคุกโซน่าได้สำเร็จ ไมเคิ่ล สกอฟิลล์ และพรรคพวกได้รับข้อเสนอให้จัดการกับ The Company เพื่อแลกกับอิสระภาพของพวกเขา เพื่อการนั้นสกอฟิลล์จะต้องร่วมมือกับพวกเพื่อนๆทีมงานแหกคุกฟ๊อกซ์ริเวอร์อีกครั้งเพื่อหาแผ่นการ์ดที่มีข้อมูลลับของ The Company อยู่ข้างในที่เรียกว่า “ซิลล่า” ซึ่งซิลล่าแต่ละชิ้นนั้นกระจายอยู่กับสมาชิกคนสำคัญขององค์กร ติดตามการไล่ล่าซิลล่าด้วยวิธีการอันชาญฉลาดตามแบบของไมเคิ่ลสกอฟิลล์และพรรคพวกได้ในปีสุดท้ายของซีรีย์ที่ว่ากันว่าดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่ง

เนื้อเรื่องดำเนินมาถึงปีสุดท้ายแล้วครับกับ Prison Break ในปีนี้นั้นไมเคิ่ลและกลุ่มเพื่อนเก่าๆกลับมารวมกันทำงานใหญ่อีกครั้ง นั่นคือการล้มองค์กรอย่าง The Company การจะล้มองค์กรนี้ได้จำเป็นที่จะต้องได้การ์ดที่เรียกว่า ซิลล่า พวกของสกอฟิลล์จำเป็นที่จะต้องรวบรวมซิลล่าให้ครบเพื่อเปิดดูข้อมูลความลับเหล่านั้นซึ่งจะนำมาสู่การล่มสลายขององค์กรอย่างถาวร
ในปีสุดท้ายนี้สิ่งที่เห็นได้ชัดมากๆอย่างหนึ่งคือพัฒนาการของตัวละครแต่ละตัว บทของตัวละครแต่ละคนแสดงออกถึงมุมมองในแต่ละเรื่องที่เปลี่ยนไปในระหว่างการตามหาซิลล่านั้นเราจะได้เห็นเรื่องพวกนี้อย่างชัดเจน ไม่เว้นแม้กระทั่งแบ็คเวลบางครั้งเราอาจจะได้เห็นแบ็คเวลในอีกมุมมองก็ได้ในปีนี้ เนื้อเรื่องในภาคสุดท้ายนี้ยังคงมีการหักมุมให้เห็นอยู่บ้างแต่บอกตามตรงเลยมันยังหักไม่เท่าที่ผ่านๆมาคือสามารถเดาได้ในหลายครั้งเรื่องของตัวละครที่เพิ่มขึ้นนั้นแน่นอนว่าเพิ่มขึ้นมาพอสมควรครับแต่จะมีผลกับเนื้อเรื่องบ้างแค่บางคนเท่านั้น
ส่วนตัวแล้วภาคนี้ถือเป็นตอนจบที่ผมคิดว่าแค่พอใช้นะเนื้อเรื่องมันยังคงอารมณ์เดิมๆไว้ได้แต่ท้ายสุดแล้วเหตุการณ์กลับจบลงง่ายๆได้เหมือนกันและยิ่งมาพบกับฉากจบที่กระชากอารมณ์ด้วยแล้วก็เลยอดบ่นไม่ได้น่ะ

รีวิว Prison Break 5  ถือได้ว่าเป็น Series ที่ผมรอคอย หลังจากที่ผมได้ยินข่าวว่า จะสร้าง ดูหนังออนไลน์ Seasons 5 กับ Prison Break และผมคิดว่า นี่คือ Series ในดวงใจของใครหลาย ๆ คนครับ รวมถึงตัวผมเองด้วย

          ถ้าใครได้ดู Prison Break ตั้งแต่ Seasons 1 น่าจะรู้ว่า Series นี้ สนุกแค่ไหน แค่พล็อตเรื่องของการแหกคุก ผมว่ามันก็น่าสนุกแล้ว

ในตอนสุดท้ายของ Seasons พิเศษ จะกล่าวว่า ไมเคิล สกอร์ฟิลด์ ได้ตายจากไป (ถ้าใครยังไม่เคยดู และมาอ่านที่ผมเขียนก่อน ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ต้องสปอยเนื้อเรื่องตรงจุดนี้) จากการโดนระเบิด หลังจากที่ได้ช่วยภรรยาสุดที่รัก ซาร่า แหกคุกได้สำเร็จ

ใน Seasons 5 ก็จะกล่าวต่อจาก Seasons พิเศษ ว่าแท้จริงแล้ว ไมเคิล สกอร์ฟิลด์ ยังไม่ได้ตาย แต่ไปอยู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งการที่ยังมีชีวิตอยู่ของ ไมเคิล สกอร์ฟิลด์ เพราะว่าตัว ไมเคิล เอง ได้ทำงานให้กับองค์กร ๆ หนึ่ง

เนื้อเรื่องย่อ ของ Prison Break Seasons 5 ผมจะเล่าแบบย่อ ๆ โดยที่ไม่สปอยเนื้อเรื่องมากนักนะครับ เนื้อเรื่องย่อมีอยู่ว่า

“ตัวของ ลินคอร์น เบอร์โรว์ ซึ่งเป็นพี่ชายของไมเคิล สกอร์ฟิลด์ ได้รับจดหมายจาก ทีแบ็ค ในเนื้อความจดหมาย เป็นรหัสลับ พร้อมทั้งภาพของ ไมเคิล สกอร์ฟิลด์ ทำให้ ลินคอร์น เบอร์โรว์ ค้นหาว่า แท้จริงแล้ว ชายในภาพใช่ ไมเคิล สกอร์ฟิลด์ จริงไหม และถ้าใช่ ตัวไมเคิล อยู่ที่ใด เมื่อได้ทราบความจริงแล้ว จึงได้เข้าไปช่วยเหลือ ไมเคิล สกอร์ฟิลด์”

เนื้อเรื่องใน Seasons 5 ค่อนข้างสนุกครับ ดูจบตอนหนึ่งแล้ว ก็อยากดูตอนต่อไปอีก ความรู้สึกจะคล้าย ๆ กับตอนดู Seasons 1 ครับ (เป็นความรู้สึกส่วนตัวผมนะครับ)

คนเขียนบทใน Seasons 5 ผมว่าค่อนข้างเขียนได้อย่างชาญฉลาด ยิ่งช่วงหลัง ๆ สู้กันด้วยกลเม็ด ทำให้คนดูอย่างเรา ๆ ลุ้น และได้เห็นความฉลาดของ ไมเคิล สกอร์ฟิลด์ ที่คนเขียนบทปรุงแต่งให้ฉลาดสุด ๆ

ผมคอยลุ้นอยู่ตลอดว่า เบอร์โรว์ จะช่วยเหลือ ไมเคิล ด้วยวิธีใด เพราะตัว เบอร์โรว์ เอง ไม่ค่อยถนัดใช้สมอง เหมือนกับ ไมเคิล ครับ และลุ้นอีกด้วยว่า ใครคือคนบงการเรื่องนี้กเรื่องที่ไม่ควรพลาด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Previous post Game of Thrones Season 3 ปิดฉากลงแล้วกับเกมชิงบัลลังก์
Next post น้ำ รพีภัทร แทะหัวปลาดุกโชว์ ยุคนี้มันต้องแบบนี้ ระบายความในใจ ทั้งฮา-ทั้งเดือด