จัดสวนญี่ปุ่น

จัดสวนญี่ปุ่น รูปแบบของสวนญี่ปุ่นและประเภทของสวนญี่ปุ่น

จัดสวนญี่ปุ่น
จัดสวนญี่ปุ่น

จัดสวนญี่ปุ่น รูปแบบของสวนญี่ปุ่นและประเภทของสวนญี่ปุ่น จัดอย่างไรให้สวยตรงใจ โดยปล่อยวางจากโลกภายนอกให้เชื่อมคนให้เข้ากับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น แนวคิดหลักการในการจัดสวนญี่ปุ่น ไม่เน้นของตกแต่งที่ดูฟุ่มเฟือย  แต่จะแฝงสัญลักษณ์เพื่อสื่อความหมายต่างๆออกมาแทน นับเป็นสวนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ทำให้คนไทยที่ชื่นชอบการจัดสวนแบบเรียบง่ายนิยมจัดกัน

องค์ประกอบหลักสวนญี่ปุ่น ออกแบบภายใน

1. ตะเกียงหิน ถือเป็นเอกลักษณ์ของสวนญี่ปุ่น เดิมสร้างขึ้นเพื่อประดับบริเวณวัดและบูชาเทพเจ้า นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เพื่อส่องสว่างสวนได้อีกด้วย ตะเกียงหินก็มีความหมายเช่นกัน ตัวอย่างเช่น หินสามเหลี่ยมด้านบนเปรียบเสมือนการยกมือไหว้ถนนสู่สรวงสวรรค์ รูปร่างที่อยู่ตรงกลางแสดงถึงบุคคล และฐานที่อยู่ด้านล่างแสดงถึงโลก แต่บางครั้งโคมไฟหินประกอบด้วยห้าส่วน จากบนลงล่าง: ท้องฟ้า ลม ไฟ น้ำ และดิน

2. หิน ก้อนกรวด และทราย เป็นสัญลักษณ์แทนเกาะ ภูเขา และมหาสมุทร เลือกหินแต่ละก้อนตามพื้นผิว ความหยาบทำให้ขนาดและรูปร่างของหินราบเรียบเพราะมีความหมายต่างกัน หินบางชนิด เหมาะที่จะโชว์น้ำตก ลำธาร หรือภูเขา ในขณะที่บางก้อนก็ใหญ่มาก ทรายในสวนญี่ปุ่นไม่ใช่ทรายบนชายหาด แต่เป็นทรายที่แสดงถึงพลังและความแข็งแกร่ง แต่เป็นทรายที่เกิดจากหินแกรนิต ทรายเหล่านี้มีสีต่างกัน สีขาว สีเทา สีน้ำตาลแดง หรือจุดสีดำ

 

หลักการจัดสวนแบบญี่ปุ่น

1. ไม่นิยมปลูกต้นไม้ติดตัวบ้าน ซึ่งโดยทั่วไปนิยมจัดสวนไว้ทางทิศใต้ของตัวบ้าน

2. กระแสน้ำในลำธารจะต้องไหลจากทิศตะวันออกไปสู่ทิศตะวันตก

3. สวนญี่ปุ่นจะต้องมีภูเขาหรือเป็นเนินดิน สลับกับพื้นที่ราบอาจจะมีน้ำตก สระน้ำลำธาร ฯลฯ โดยย่อส่วนลงมาจัดไว้ในสวนทั้งหมด

4. การจัดต้นไม้จะต้องจัดให้เลียนแบบธรรมชาติให้มากที่สุด แต่ไม้พุ่มนิยมตัดแต่งเป็นพุ่มกลมๆ ล้อเลียนลักษณะของหิน

5. นำประเพณี วัฒนธรรม ปรัชญาต่างๆ ลัทธิทางศาสนา เข้ามารวมอยู่ในสวน  เน้นความร่มรื่นเงียบสงบไม่ใช้ไม้ดอกที่มีสีสันสะดุดตา นิยมใช้พันธุ์ไม้ที่มีสีเขียวตลอดปี ไม้แคระ และนิยมใช้สนเป็นฉากด้านหลัง

 

รูปแบบของสวนญี่ปุ่น 

1.Tsukiyama เป็นสวนลอกเลียนแบบลักษณะของธรรมชาติมาไว้ในที่จำกัด  เช่นการสร้างตัวแทนของภูเขาไฟฟูจิ และความเขียวขจีโดยรอบ อย่างภูเขา เนินดิน ทะเลหรือลำธาร การจัดสวนแบบสวนเนินเขาจึงให้มิติทางประสาทสัมผัสได้หลากหลายกว่าแบบอื่นๆ เหมาะที่จะนำมาประยุกต์ใช้จัดสวนญี่ปุ่นในเมืองไทยได้ เพราะมีความยืดหยุ่นและสามารถดัดแปลงทั้งในเรื่องการจัดหาต้นไม้หรือองค์ประกอบอื่นๆมาใช้ให้ได้รูปแบบที่ใกล้เคียงกันได้

2. Karesansui สวนเซนเป็นที่รู้จักกันว่าเป็น ‘สวนแห้ง’ หรือ ‘สวนหิน  มีแนวคิดในการยึดมั่นซึ่งสงบสันโดษ เป็นสวนแบบจินตนาการ หรือการสมมุติ ที่แฝงไว้ด้วยปรัชญาเชิงนามธรรม จึงเน้นความเรียบง่าย สงบ มากกว่าแบบอื่น เน้นการตีความจากสิ่งที่มองเห็นและสัมผัส มีลักษณะภูมิทัศน์แบบแห้งที่ต่างออกไปจากสวนตามประเพณี  จะไม่เลือกใช้ของที่เป็นธาตุน้ำใดๆ จะเลือกใช้พืชพันธุ์สีเขียวให้น้อยที่สุด  เหมาะกับบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด เพราะไม่นิยมปลูกต้นไม้มากหลายต้น  อาจจะมีตะไคร่น้ำหรือพืชขนาดเล็ก โดยสีเขียวของพืชพันธุ์อาจจะถูกจัดให้บดบังไว้ด้วยหิน โดยใช้แนวทางการลดทอนรายละเอียดต่างๆ จนเหลือแต่แก่นแท้ของสวนนั้น

มีการใช้ก้อนหินเป็นตัวแทนของภูเขา มีทรายและ กรวดเป็นสัญลักษณ์ของแม่น้ำ  จะมีการปูกรวดหรือทราย โดยใช้หิน กรวด ทรายสีขาว และสีดำ  ซึ่งหินหรือทรายอาจถูกกวาดเป็นลวดลายให้เป็นสัญลักษณ์ของทะเล,มหาสมุทร, แม่น้ำ หรือทะเลสาบ จะกวาดให้มองเห็นเป็นภาพลวงตาของคลื่นระลอกน้ำ เป็นเส้นกระแสน้ำที่ลื่นไหล  ซึ่งการที่จะกวาดเส้นให้ได้ลวดลายสมบูรณ์แบบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  จึงถือเป็นหนึ่งในการฝึกตนและการฝึกสมาธิ ตามหลักการของพุทธศาสนานิกายเซนนั้นไปด้วยนั่นเอง

3. Chaniwa เอกลักษณ์โดดเด่นอีกสิ่งหนึ่งของสวนญี่ปุ่น นั้นก็คือ สวนน้ำชา ในประเทศญี่ปุ่นจะมีการแยกห้องชงชาออกจากตัวบ้านมาอยู่ติดกับสวนน้ำชา รูปแบบของสวนน้ำชาจะมีความถ่อมตัว มีความเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ  โดยนำลักษณะเด่นของสวนภูเขาและสวนเซนมาจัดให้ผสมผสานกัน มีทั้งต้นไม้ใหญ่และสวนพื้นหิน ในสวนน้ำชาจะมีรั้วด้านนอกเพื่อแสดงขอบเขต  มีทางเดินเข้าสู่เรือนน้ำชาที่จะปูด้วยหินสกัดแบนหรือเขียงไม้ วางห่างกันให้พอดีกับช่วงก้าวเดิน เป็นการป้องกันไม่ให้เหยียบต้นหญ้าอันบอบบางของสวน ผู้ที่เข้าจะต้องมีสติและมีสมาธิอย่างเต็มเปี่ยม เพื่อเตรียมตัวและจิตใจเข้าสู่พิธีการชงชาที่แสนสงบ

การคำนึงถึงความสอดคล้อง สัมพันธ์ระหว่างที่ว่าง ช่วงเวลา และมิติในการมองเห็น นับเป็นเสน่ห์อันโดดเด่นของสวนแบบญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ การค่อยๆเปิดเผยการรับรู้ในส่วนต่างๆในสวน ค่อยๆแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของที่ว่างที่แตกต่างกันไปในแต่ละมุมมอง สวนญี่ปุ่นจะเกิดปฏิสัมพันธ์กับแทบทุกประสาทสัมผัสของมนุษย์ โดยสื่อผ่าน สี รูปทรง เส้นสาย ผิวสัมผัสของหิน ทราย ก้อนกรวด ไปจนถึงกลิ่นสัมผัสต้นสนและเกสรดอกไม้อันอ่อนละมุน

พันธ์ไม้และต้นไม้ที่เหมาะกับสวนญี่ปุ่น
พันธ์ไม้ที่นิยมปลูกประดับในสวนน้ำชา หรือสวนภูเขา ประกอบด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น
ไม้ยืนต้น : ชนิดที่มีกิ่งก้านและใบหนาทึบ เช่น พีช เมเปิล โอ๊ค จะหายากสักหน่อย ส่วนชนิดที่มีกิ่งก้านและใบโปร่ง เช่น สนญี่ปุ่น หลิว ไผ่ อย่างนี้บ้านเราก็ต้องเลือกเอาที่มีขายในท้องตลาดเช่น ไผ่ หลิว
ไม้พุ่ม : นิยมตัดแต่งเป็นพุ่มกลม หรือรูปไข่เพื่อให้กลมกลืนกับก้อนหิน เช่น อาซาเลีย ชาดัด หรือพวกข่อย ก็น่าจะมาประยุกต์ใช้ได้
ไม้ดัด : ประเภทบอนไชหรือไม้แคระซึ่งดัดหรือตัดแต่งให้มีลีลาเหมือนไม้ต้นใหญ่แต่ย่อส่วนให้เล็กลง พวกไทร ไกร ชาดัด ของเราจะหาได้ง่าย
ไม้น้ำ : มีทั้งปลูกกลางสระน้ำ และบริเวณ ริมตลิ่ง เช่น บัง กก ไอริส
พืชคลุ่มดิน : คือพื้นที่ที่มีความสูงไม่เกิน 1 ฟุต ปลูกไว้บริเวณใกล้ก้อนหินหรือตอไม้ เพื่อให้เหมือน หรือใกล้เคียงกับการเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเพื่อเชื่อมต่อกับสวนหย่อมที่อยู่ข้างเคียง เช่น เฟิร์น ไม้ซุ้มต่างๆ ก็หาได้ไม่ยาก จะมีไม้ดัดแคระหรือบอนไซ ปลูกไว้ ให้กิ่งก้านและใบบังตะเกียงหินไว้บ้างบางส่วน ก็ได้

 

รูปแบบของสวนญี่ปุ่น

  1. บ่อน้ำ สระน้ำ เกาะ และเนินดิน การเล่นระดับของเนินดิน แหล่งน้ำมา จากน้ำพุใต้ดินหรือแหล่งน้ำใกล้เคียง มีการหมุนเวียน ของน้ำ
  2. มีลำธารและทางน้ำที่คดเคี้ยวไปในกลุ่มต้นไม้และหุบเขา ตื้นเพื่อให้เห็น คลื่นที่เกิดจากการไหลของน้ำผ่านไป บนก้อนหินที่ท้องน้ำ
  3. การใช้หิน ตามสภาพธรรมชาติดั้งเดิม แต่มีการเลือกรูปทรง สีผิง ขนาด และการจัดกลุ่มที่มีความหมาย
  4. แผ่นทางเดินหิน (stepping stone) เกิดจากพิธีชงชาในศตวรรษที่ 17 เพื่อเดนอย่างสำรวมไปยังห้อง หรื ศาลาชงชา
  5. สะพานข้ามทางน้ำ อาจเป็นหินแผ่นเรียบแผ่นเดียวหรือสะพานไม้โค้ง หรือสะพานแผ่นหินวางห่างเป็นระยะ ตามจังหวะการก้าวเท้า
  6. ลวดลายกรวด
  7. ตะเกียงหิน ส่วนใหญ่เป็นหินอกรนิต ใช้ตกแต่งและให้แสงสว่างในพิธีชงชา
  8. รั้ว และการตัดแต่งต้นไม้เป็นรั้ว

ส่วนประกอบในส่วนญี่ปุ่น

1. น้ำตก เป็นจุดเด่นสำคัญของสวนภูเขา น้ำตก เป็นธรรมชาติส่วนหนึ่งใน การจัดสวนญี่ปุ่น การปลูกต้นไม้ ไม่ควรปลูก ให้หนาทึบทากเกินไป ควรให้มีแสงสว่างลอดลงไปได้บ้างเพื่อให้เห็น ความงามของก้อนหิน และเห็นแสง เมื่อสะท้อนกับน้ำตกในบางจุด

2. ลำธาร เป็นทางน้ำตื้น ๆ ไหลผ่าน หุบเขาที่คดเคี้ยวไป-มาลงสู่พื้นที่ที่มีระดับต่ำกว่าเหมือนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ริมตลิ่งและในลำธารมีก้อนหินขนาดใหญ่และเล็กฝังไว้เป็นระยะ ๆ อย่างกลมกลืน เมื่อน้ำไหลผ่านก็จะปะทะกับก้อนหิน ทำให้เกิด ละอองน้ำ กระเซ็น เป็นฝอย และอาจมีเสียงดังซู่ซ่าสร้างบรรยากาศให้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

3. สระน้ำ ลักษณะรูปร่างเป็นแบบธรรมชาติ จะไม่ปรากฏรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยม หรือ วางแสดงให้เห็นว่า เกิดจาก การกระทำของมนุษย์ เลย ขอบสระหรือริมตลิ่งจะฝังก้อนหินใหญ่/เล็กไว้เป็นระยะ ๆ เพื่อป้องกันตลิ่งพังและเป็นการประดับด้วย การฝังก้อนหินริมตลิ่งนับว่า เป็นศิลปะอีกอย่างหนึ่ง สระน้ำไม่ควรลึกนัก ถ้าขุดลึกเกินไปนอกจากจะทำให้ตลิ่งพังได้แล้ว ยังทำให้ไม่สามารถมองเห็น ก้อนหิน ก้อนกรวด ที่ก้นสระ น้ำในสระควรใสสะอาด ไม่มีกลิ่นและไม่กระด้าง การไหลของน้ำ ลงสู่สระน้ำอาจไหลตามลำธาร ซึ่งมีแหล่งน้ำตก เหมือนเกิดขึ้นเองตาม ธรรมชาติ ไม่ไช่ไหลจาก ท่อน้ำหรือก๊อกน้ำ การวางท่อส่งน้ำและท่อน้ำล้นควรซ่อนปลายท่อน้ำไว้ใต้ซอกหิน
ถ้าเลี้ยงปลาในสระน้ำ ควรเลือกปลา ที่กินพืชเป็นอาหาร เพื่อจะได้ช่วยกินตะไคร่น้ำ เช่น ปลาไน หรือ ปลาแฟนซีคาร์พ ซึ่งเป็นปลา ที่เชื่องและมีสีสันสดใสหลาย สีสดุดตา ข้อควรระวังใน การเลี้ยงปลา ก็คือ อย่าให้อาหารมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้น้ำเน่าได้ แต่ถ้าไม่เลี้ยงปลา ก็ควรปลูกพืชน้ำเช่น บัว สันตะวาใบพาย หรือใบข้าว ซึ่งสามารถเลี้ยงขึ้นอยู่ใต้น้ำ (ต้นและใบคล้าย ต้นผักกาด สีน้ำตาล) เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้แก่น้ำ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำเน่าเสียได้เป็นอย่างดี

4. น้ำพุ น้ำพุในสวนญี่ปุ่นเป็นน้ำพุที่ไหลริน ๆ เหมือนบ่อน้ำร้อน พุ่งขึ้นเหนือผิวดินเหมือนท่อน้ำรั่ว บางแห่งไหลออกจากซอกหิน โดยซ้อนท่อน้ำไว้ใต้ก้อนหิน ไม่นิยมน้ำพุที่พุ่งขึ้นสูง ๆ อย่างสวนแบบประดิษฐ์ โดยทั่วไปมักจะจัดน้ำพุไว้ที่บริเวณใกล้เชิงเขาหรือใกล้ทางเดิน

5. บ่อน้ำ ในการจัดสวนญี่ปุ่นอาจจัดให้มีบ่อน้ำอยู่ในบริเวณสวนด้วย รูปร่างของบ่อน้ำจะเป็นรูปเหลี่ยมหรือรูปกลมก็ได้ ไม่จำเป็นต้อง มีรูปแบบตาม ธรรมชาติเหมือนสระน้ำ โดยมีมือหมุนเพื่อกว้านถังน้ำขึ้นมาจากบ่อ แต่ในปัจจุบันมีไว้เพื่อประดับสวน มากกว่าการใช้ประโยชน์

6. หิน หินสำหรับประดับภายในสวนจะคัดเลือกรูปทรงและสีเป็นพิเศษ ไม่นิยมหินที่มีรอยสกัด เพราะผิดไปจากธรรมชาติชนิดของหินได้แก่ หินทราย หินแกรนิต หินชนวน หินคลอไรด์ ฯลฯ นอกจากหินก็มีก้อนกรวดขนาดต่าง ๆ กัน ใส่ไว้ในบริเวณ น้ำตก ลำธาร และสระน้ำ นิยมใช้ก้อนหินที่มีสีเข้ม เช่น สีเทา หรือสีดำ ทำให้รู้สึกว่ามืด ๆ ทึม ๆ เข้ากับสีเขียวของพุ่มไม้เป็นอย่างดี ถ้าไม่จำเป็นพยายาม อย่าใช้ก้อนหินที่มีสีขาว เพราะจะขาวโพลงสว่างมากเกินไป ก้อนหินต้องไม่มีร้อยตบแต่งอาจมีรูปร่างแหว่งเว้าหรือเป็นรูไปบ้าง แต่ควรเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมิใช่เกิดจากการกระทำของมนุษย์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

นุสบา ปุณณกันต์ Previous post นุสบา ปุณณกันต์ สูญเสียคุณพ่อในอ้อมแขน ครั้งแรกในชีวิตที่ได้สัมผัสความรู้สึก
เติ้ล ธนพล Next post เติ้ล ธนพล ปล่อยช็อตหวาน วันเกิดนิวนิว ใส่ซีทรูธีมชุดนอนสุดเซ็กซี่